แนวทางเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยจิตเวช

-A +A

           จากฉบับที่แล้ว ท่านอธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.อภิชัย มงคล ได้ให้เกียรติกับทางนิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิต ในการสัมภาษณ์ถึงนโยบายของกรมสุขภาพจิตและแนวความคิดของท่าน ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก และยังมีสาระสำคัญที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านติดตามต่อได้เลยค่ะ

 

การให้ความรู้ความเข้าใจภาคประชาชน ทางกรมสุขภาพจิตมีแนวทางอย่างไร?

นพ.อภิชัย : พันธกิจที่ 2 ภาคประชาชน มอบให้รองอธิบดีทวี ตั้งเสรี และมีคุณหมอประเวศพัฒนายุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ เรื่องของการให้ความรู้กับประชาชน กระทรวงสาธารณสุขเราก็ทำมาโดยตลอด  แต่ดูเหมือนหลายสิ่งหลายอย่างเราต้องทำให้ดีขึ้น ให้มันน่าสนใจขึ้น เพราะเราจัดไปแล้วบางเวลาบางโอกาสคนก็ไม่ดู เราอยากจะได้งานเยอะโดยใช้เงินน้อย เพราะถ้าไปออกสปอตโฆษณาทางโทรทัศน์แป๊บเดียวเงินก็หมดไปเลย ดังนั้นคงต้องรอดูว่าคุณหมอประเวศและหมอทวีจะคิดอ่านอะไร ผมจึงได้ตั้งศูนย์สื่อสารสังคมขึ้น เพิ่งตั้ง โดยเนื้อแท้คือทำงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์  เป้าหมายคือคนในองค์กรและนอกองค์กรเขาต้องไปคิดอ่านวิธีว่าจะสื่อสารอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง Social Media สมัยใหม่ ให้มี twitter ให้มี facebook เพราะว่าวัยรุ่นอาจจะปรึกษามาทาง online ก็มี นอกเหนือจากระบบที่เรารู้จักกัน ก็อาจจะตอบไม่ได้ชัดแต่ให้รู้ว่าเป็น 1 ใน 4 พันธกิจหลัก ซึ่งมี 1) เรื่องเด็กและวัยรุ่น 2) เรื่องภาคประชาชน 3) ภาคเครือข่าย 4) ความเป็นเลิศในการรักษาพยาบาล อันนี้ก็ต้องรักษาให้เก่งด้วยซึ่งเป็นเรื่องของโรงพยาบาล

 

ในการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนจะมีการผลักดันให้เป็นหนึ่งในวิชาสุขศึกษาหรือไม่?

นพ.อภิชัย :ความจริงก็มีอยู่แล้ว มีการปรับหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เราก็มีนักวิชาการของเราเข้าไปร่วมด้วยเสมอ เพราะที่ปรึกษาเรา 2 คน  คุณหมอยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ และคุณหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ก็เป็นที่ปรึกษาของคณะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงศึกษาธิการหลายสมัย แล้วก็ยังประเมินว่าเรียนไปๆ ระบบการศึกษาเรามีปัญหาดูเหมือนไม่ยุติธรรมเลย คือ เรากำลังส่งเด็กที่ไม่ฉลาดให้เขา สอนเพราะว่า IQ. เด็กไทยต่ำลง ซึ่งเป็นที่มาที่จะต้องเพิ่มสติปัญญาเด็กไทยคือหมายความว่าถ้าเหมือนคอมพิวเตอร์ คือ hardware ให้มันดี กระทรวงศึกษาธิการจะได้สอนได้ ไม่งั้นเราทำหลักสูตรให้สวยหรูใส่โน้นใส่นี่เข้าไปใส่ software  เหมือน Windows Vista หรือ Windows 7 แต่เครื่องมันรุ่นเก่า CPU. ไม่ดี เพราะฉะนั้นทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝาก software ทำไปแล้วแต่ว่าเด็กอาจต้องทำโครงสร้างพื้นฐานให้ดีรวมทั้งที่ผมเป็น board ย่อยของ สสส. เราก็ตั้งใจดูแลสุขภาพจิตของคุณครูด้วย เพราะครูก็อยู่ในความยากลำบากหลายท่านและก็ถูกเรียกร้องให้ทำงานเยอะมาก และถ้าครูสุขภาพจิตไม่ดีมันก็จะส่งผลต่อเด็ก

 

ผู้ที่เป็นอาสาสมัครก่อนลงพื้นที่ จะมีการอบรมด้านจิตเวชหรือไม่?

นพ.อภิชัย :อสม. ได้รับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องจากสาธารณสุข มีการประชุมทุกเดือนด้วยซ้ำเพราะเขาต้องมารับเงินปลายเดือนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แล้วกระบวนการเตรียมหลักสูตรก็มีเนื้อหาของสุขภาพจิตอยู่ด้วย รวมทั้งการให้การปรึกษา  อสม. ก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ยังมีองค์กรอื่น เช่น พวกวิทยุชุมชน เราก็ได้เริ่มอบรมดีเจวิทยุชุมชนทั่วประเทศ  ซึ่งปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการประเมินก็พบว่าเขามีความต้องการที่จะได้เนื้อหาสาระดีๆ ในการทำรายการวิทยุ ซึ่งบางทีเราอาจไม่รู้จักองค์กรการกุศลเหล่านั้นทั้งหมด จึงเป็นที่มาของการมอบงานให้กลุ่มพันธกิจเรื่องของเครือข่าย ต้องควานหาเครือข่ายซึ่งเครือข่ายที่สำคัญที่สุด คือที่เราต้องทำงานด้วยให้ได้คือเครือข่ายด้านศาสนา เพราะว่าวัตถุประสงค์ของศาสนาของเราใกล้เคียงกัน คือเพื่อความสุขของคนไทย

 

บริการสายด่วน Hotline คลายเครียด ทางกรมสุขภาพจิตมีการควบคุมอย่างไร?

นพ.อภิชัย :1323 เป็นบริการสายด่วน มี 32 คู่สาย ขณะนี้มีคนโทรมาขอรับบริการเดือนละ 21,000 ราย ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขขอให้มีบริการเสริม  เรื่องตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์หรือตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ก่อนหน้านี้ใช้บริการพิเศษเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำท่วม  เรื่องคุณภาพของผู้ให้คำปรึกษาของเราที่ทำงานในโรงพยาบาลจิตเวชทั่วประเทศ 17 แห่ง เรามีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้คำปรึกษาจะเป็นจิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ มีมาตรฐานวิชาชีพอยู่แล้วแต่ดำเนินการเฝ้าติดตามเพื่อรักษาคุณภาพให้ดี เราจะใช้เงิน 20 ล้านในปีนี้ ในการตั้ง Call Center ขึ้น มีการโทรมาแล้วไม่พูดอะไร โทรมาแล้วพูดลวนลามผู้ให้คำปรึกษา ทำให้รบกวนระบบ Call Center จะเป็นผู้กรองแล้วตอบคำถามง่ายๆ จนกระทั่งฟังดูว่าปัญหานี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ Call Center จึงค่อยมีการโอนสายไปให้โรงพยาบาล ต่อไปการให้บริการจะมีคุณภาพสูงมากขึ้น ส่วนปัญหาง่ายๆ จะถูกตอบโดย Call Center จะเริ่มต้นในปีนี้

 

การทำงานของสมาคมสายใยครอบครัว ควรมีการปรับปรุงอะไรหรือไม่ อย่างไร?

นพ.อภิชัย :ผมรู้ว่าสมาคมนี้มีเจตนาที่ดีและมีประโยชน์ ผมเคยเข้าร่วมการอบรมกับสมาคมเมื่อหลายปีมาแล้ว และสื่อที่ทำออกมาผมก็เห็นว่ามีคุณภาพสูงมาก น่าจะวางขายในท้องตลาด แต่อาจจะขายในราคาไม่แพงก็ได้ เพราะว่าวัตถุประสงค์อาจจะไม่ต้องการกำไร แต่ว่าฟรีทั้งหมดเดี๋ยวก็จะมีคนรับไปมากเกินไป  แล้วคนที่ควรจะอ่านก็จะไม่ได้อ่าน เพราะฉะนั้นเพื่อให้เปิดช่องทางให้คนได้รู้ถึงงานสุขภาพจิตหรือรู้ถึงงานของสมาคมฯ ควรจะต้องนำไปวางขายก็เหมือนกับปิดโปสเตอร์ เป็นการเชิญชวนให้คนรู้จักงาน ไม่งั้นมันก็ไปซ่อนที่ไหนก็ไม่ทราบคนก็ไม่รู้

 

จะมีโอกาสไหมที่นิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตจะได้รับการสนับสนุนจากกรมสุขภาพจิตหรือหน่วยงานราชการ?

นพ.อภิชัย :มันเป็นเรื่องของพันธกิจ เรื่องของเครือข่ายเขาจะเสนอมา ก็แล้วแต่การประเมิน แล้วก็ที่ทางเขาเสนอมา โดยวิสัยแล้วไม่น่าเป็นเรื่องยุ่งยากอะไร ถ้าเขาประเมินแล้วว่ามีประโยชน์และตรงประเด็นและสอดคล้องกับกรมสุขภาพจิต แต่บางอย่างเราก็ไม่ได้บังคับให้ทำงานแบบกรมสุขภาพจิต เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างอาจไปคู่ขนานกันได้ คือสมาคมฯ ก็อยากทำงานเรื่องอื่นซึ่งไม่ใช่งานของกรมสุขภาพจิตเหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องมีอิสระ อะไรที่พอจะเชื่อมได้เราก็เชื่อมกัน แล้วส่วนที่เชื่อมเราก็สนับสนุน เพราะถ้าเราสนับสนุนหมดเราก็ต้องไป take over ทั้งหมด ซึ่งคงไม่ดีเพราะทำให้ความหลากหลายมันลดลง

           ไม่ทราบว่าทางสมาคมฯ ให้ความสำคัญในเรื่องการออกกำลังกายหรือไม่ มีการพยายามให้ความรู้กับประชาชนหรือผู้ป่วยให้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายในการรักษาโรคหรือไม่

           บางกลุ่มแพทย์ก็ละเลยเทคโนโลยีที่สำคัญมาก คือ การออกกำลังกาย โรคซึมเศร้าที่มีอาการไม่มาก หรือปานกลาง สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการออกกำลังกาย ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้ามากหรือไบโพลาร์ที่มาก ทำให้การรักษาสั้นเข้าและใช้ยาน้อยลง เคยมีนางเอกหนังที่แสดงเรื่องคนเหล็ก ชื่อ ซาร่า คอนเนอร์  ให้สัมภาษณ์ในวัน Depression Screening Day ของสหรัฐ คือทุกๆ ปีในวันคัดกรองโรคซึมเศร้าของสหรัฐ ทุกๆ ปี เขาจะเชิญคนที่มีชื่อเสียงมาสัมภาษณ์ และเป็นข่าวไปทั่วโลก คนนี้เขาเป็นโรคไบโพลาร์ เวลาซึมเศร้าเขาอยากจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง ชีวิตเขาทุกข์ทรมานมาก ตอนหลังเขาปรับเปลี่ยนชีวิตให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการเข้มงวดในการออกกำลังกายตามตารางที่กำหนดไว้  เขาไม่ได้พูดถึงการรักษาพยาบาลของหมอเลยนะ  เพราะว่าการรักษาพยาบาลกับหมอหรือด้วยยา ทำให้คนไข้ไม่มีอิสรภาพ ต้องผูกพันกับหมอตลอดไป ผมคิดว่าจะทำให้คนไข้หลายคนไม่สามารถคงการรักษาได้ต่อเนื่อง เรื่องนี้ไม่ยั่งยืนจะต้องมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่เขาต้องดูแลตนเอง ในช่วงที่เขาหกล้ม เพลี่ยงพล้ำ เขาถึงต้องพึ่งหมอ แต่ถ้าเกิดการออกแบบการรักษาที่ต้องพึ่งหมอตลอดชีวิต ผมว่ามันคงรักษาคนได้ไม่กี่คน เราต้องเชิญชวน ให้ความรู้ประชาชนว่าโรคจิตเวชสามารถรักษาให้หายได้ การออกกำลังกายเป็นการรักษาที่สำคัญมาก  แต่ต้องอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อคนไข้ถามว่ามีโอกาสหายไหม ผมก็จะตอบว่าคุณมีโอกาสออกกำลังกายตามที่หมอบอกไหม เมื่อคนไข้ถามว่าทำไมมันไม่หายขาด ทำไมมันไม่ดีขึ้น ทำไมมันกำเริบ เมื่อไหร่จะลดยาได้ ผมก็ตอบเหมือนเดิมว่าคุณได้ออกกำลังกายตามที่ผมบอกหรือไม่ ส่วนใหญ่ 90% คนที่มีอาการกำเริบคือเลิกออกกำลังกายตามโปรแกรม ประเทศที่เจริญแล้ว อธิบายว่าการออกกำลังกายตามโปรแกรม คือ ออกกำลังกายตามขนาดสาธารณสุขกำหนด (Public Health Dose) คือออกกำลังกายต่อเนื่อง 30 นาที วันเว้นวัน แค่นี้เอง ถ้าใครอ้างว่าไม่มีเวลาก็ตัวใครตัวมันครับ ถ้าคุณไม่สามารถจัดเวลาออกกำลังกายได้ ชาตินี้ก็ไม่หาย ผมก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ คนไข้ที่ไม่ไห้ความร่วมมือในการรักษาโดยเฉพาะเรื่องนี้ไม่มีใครช่วยเขาได้ เขาต้องช่วยตัวเองครึ่งหนึ่ง เพราะครึ่งหนึ่งของการรักษามันมาจากการออกกำลังกาย แต่ต้องออกตลอดชีวิต

           มีผู้สูงอายุท่านหนึ่ง อายุ 84 ปี ที่ขอนแก่น แกทำงานด้วยความคล่องแคล่ว ผมรู้สึกงุนงงมาก ผมก็ถามว่าคุณลุงมีเคล็ดลับอะไร ประโยคทองคำที่ผมได้คือ “ผมวิ่งหนีหมอครับ ผมรู้ว่าผมหยุดวิ่งเมื่อไหร่ หมอตามผมทัน” เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องให้ความรู้เพื่อให้ผู้ป่วยพึ่งพาตนเองให้ได้ในช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่พึ่งพาหมอตลอดไป แน่นอนครับบางทีนิสัยคนเรามันเหมือนน้ำ มันจะไหลลงสู่ที่ต่ำ เมื่ออาการทุเลาได้ 6 เดือน นิสัยขี้เกียจออกกำลังกายมันก็จะมา มาแล้วก็อาจจะกำเริบได้ ไม่เป็นไร ใจเย็น รักษาสั้นๆ ได้ แล้วออกกำลังกาย มันก็ดีขึ้นตามเดิม อย่างน้อยผู้ป่วยเขาก็มีอิสรภาพในชีวิตที่เลือกได้ว่าเขาจะพึ่งหมอหรือไม่เลือก ถ้าอยากเป็นอิสระก็ต้องท้าทายเขาว่าเมื่อไหร่เขาจะทำได้ แต่ว่าการออกกำลังกายเป็นนิสัยครับ  นิสัยคนเรานี่เปลี่ยนยาก มันจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อมีภัยคุกคามเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นเราก็จะพูดไปเรื่อยๆ แพทย์ผู้ให้การรักษาต้องมีหน้าที่ตรวจสอบ ชี้ช่องทางให้กำลังใจในการออกกำลังกายต่อไป เพื่อให้กินยาน้อยลง ไม่ใช่ให้เลิกกินยา เมื่อกินยาน้อยลงผลข้างเคียง    ก็น้อยลง ชีวิตก็มีคุณภาพ สุดท้ายหมอกับเขาจะเป็นเพื่อนกัน หมายความว่าเพื่อนในยามที่เขาซวนเซมากๆ เขาตัดสินใจได้ว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง  จิตแพทย์ดังๆ เลือกเป็นเคล็ดลับในการรักษาผู้ป่วย  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขจะทวีให้ความสำคัญยิ่งขึ้น

 

           จากนโยบายและแนวความคิดของท่านอธิบดี ที่ท่านผู้อ่านได้ติดตามมาทั้ง 2 ฉบับนั้น มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้อยู่กับโรคจิตเวช ซึ่งทุกคนคาดหวังว่า กรมสุขภาพจิตคงจะได้ดำเนินการตามนโยบายข้างต้นอย่างจริงจังและยั่งยืน นิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อผู้ป่วยจิตเวชทุกท่าน ขอบคุณค่ะ

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน:

บุคคล/องค์กรสำคัญ: