การฝึกบทบาทในโรงเรียนการจัดการความสุข | สมาคมสายใยครอบครัว

การฝึกบทบาทในโรงเรียนการจัดการความสุข

-A +A

         ผมขออ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก http://www.gotoknow.org/posts/562295 และ http://www.gotoknow.org/posts/560777 ซึ่งเป็นการฝึกบทบาทแก่วัยรุ่นซึมเศร้าสองรายด้วยโปรแกรมการจัดการทักษะชีวิตด้วยตนเองผสมผสานกับโปรแกรมฟื้นพลังชีวิต ณ คลินิกกิจกรรมบำบัด แต่ตอนหลังผู้ปกครองของวัยรุ่นทั้งสองท่านเสนอแนะให้  ใช้ “โรงเรียน” แทน “คลินิก...บำบัด” จึงจุดประกายให้ผมตั้งชื่อกรณีศึกษาครั้งนี้ด้วยจิตอาสาเป็นบริบท “โรงเรียนการจัดการความสุข” นาน 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชม. 

 

สัปดาห์แรก
เริ่มต้นการประเมินและออกแบบการฝึกบทบาท

         ประเมินน้อง ซ. พบว่า ยังมีความคิดกังวลต่อคนรอบข้างอยู่บ้าง ชอบอิสระและอยากประสบความสำเร็จในชีวิต มีความคิดความเข้าใจที่ระดับ 4 จึงต้องกระตุ้นให้สำรวจและมั่นใจในบทบาทของตนเอง จาก 5 เป็น 6 (เต็ม 10 คะแนน) หลังเล่าเรื่อง "ความสำเร็จในการเรียนจาก F สู่ A ของตนเอง

         ประเมินน้อง ป. พบว่า ระดับความคิดความเข้าใจอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งตอนแรกพูดก่อนเลยว่า ทำไม่ได้ ไม่เคยทำ แต่เมื่อทำกิจกรรมพับกระดาษที่มีตัวอย่างแบบพับ ก็จะนำผลงานไปไว้ที่โต๊ะทำงานและมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเองจาก 4 เป็น 5 (เต็ม 10 คะแนน)

 

สัปดาห์ที่ 4
การฝึกบทบาทที่ท้าทายขึ้นและการประเมินซ้ำ

         เน้นการพัฒนาสุขภาพจิตมาประสมประสานกับสื่อกิจกรรมบำบัด ได้แก่

  • การใช้ตัวคนเป็นสื่อบำบัด
  • การปรับสิ่งแวดล้อมเป็นสื่อบำบัด
  • การจัดกระบวนการสอน/เรียนรู้/สาธิตเป็นสื่อบำบัด
  • การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นสื่อบำบัด
  • การวิเคราะห์สังเคราะห์กิจกรรมเป็นสื่อบำบัด
  • การใช้กิจกรรมการดำเนินชีวิตเป็นสื่อบำบัด
  • การใช้บริบทในชีวิตจริงเป็นสื่อบำบัด

         รวมทั้งมีการออกแบบพลวัติของกลุ่มกิจกรรมตามบทบาททางสังคมให้เหมาะสมด้วย ได้แก่

 

ระดับ 1 กลุ่มคู่ขนาน:

         ผู้รับบริการอยู่ในกลุ่มได้ แต่สับสน เงียบเฉย หรือ พูดมาก ไม่อยู่นิ่ง และไม่สนใจเข้าร่วมกลุ่มด้วยตนเอง (กิจกรรมที่กำหนดรูปแบบ)

ระดับ 2 กลุ่มผลงาน:

         ผู้รับบริการทำกิจกรรมของตนเองในกลุ่ม แต่อึดอัด เขินอายที่จะพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น (กิจกรรมหนึ่งชิ้นในเวลาอันสั้น)

ระดับ 3 กลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำ:

         ผู้รับบริการทำกิจกรรมกับผู้อื่นได้ แต่ไม่รู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเอง ไม่รู้จักฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรม (กิจกรรมที่ใช้เวลานานและทุกคนสนใจทำร่วมกัน)

ระดับ 4 กลุ่มอารมณ์ร่วมใจ:

         ผู้รับบริการทำกิจกรรมกับผู้อื่นได้ แต่ไม่เปิดเผยตนเอง ไม่แลกเปลี่ยนความรู้สึกบวกลบกับผู้อื่น (กิจกรรมที่ทุกคนสนใจและมีพื้นฐานคล้ายกัน เน้นพึงพอใจมากกว่าผลงาน)

ระดับ 5 กลุ่มวุฒิภาวะ:

         ผู้รับบริการทำกิจกรรมกับผู้อื่นได้ ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ แต่มีปัญหาการวางตัวแสดงบทบาทที่เหมาะสม (กิจกรรมต่างวัย ต่างบทบาท เกิดความสำเร็จสมบูรณ์ได้)

 

         ปรับความยากของกิจกรรมให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะการสื่อสารของน้อง ซ. มาเป็นการระลึกจำเรื่องราวของโดราเอมอนขณะนั่งระบายสีอย่างเงียบๆ แต่ต้องกระตุ้นถาม 1-2 ครั้งเพื่อให้น้อง ซ. เล่าเรื่องออกมาอย่างธรรมชาติ จากนั้นก็ปรับความรู้สึกระหว่างการใช้สีเทียนวาดที่ง่าย และการใช้สีน้ำร่วมกับน้องป. ที่ท้าทายพร้อมวาดรูปปลาเพิ่มในภาพโดราเอมอน แล้วเพิ่ม  จากกลุ่มผลงานมาเป็นกลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยออกแบบเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษเชื่อมโยงระหว่างภาพโดราเอมอนทั้งสองภาพ จากนั้นมานำเสนอให้น่าสนใจกับผม แล้วปิดกลุ่มด้วยการนำเสนอเรื่องโดราเอมอนเป็นภาษาอังกฤษให้คุณแม่ฟัง ซึ่งผมประเมินแล้วก็ มีระดับความสามารถทางสังคมในระดับ 3 ได้ และมีระดับการรู้คิดจาก 4 ไป 5 ได้เพียง 30% เพราะยังคงต้องกระตุ้นซ้อมการสื่อสารถึง 3 รอบ และกระตุ้นการสบตากับผู้ฟังถึง 3 รอบ เพื่อให้น้อง ซ. สื่อสารได้อย่างธรรมชาติ

         ปรับจุดโฟกัสทางความคิดของ น้อง ป. ในการที่พูดซ้ำๆ ว่าไม่รู้ คิดไม่ออก ทำไม่ได้ บ่อยครั้ง มาเป็นการมองภาพเคลื่อนไหวของปลาหลายรูปแบบในตู้ปลาจำลองมีแสงไฟสวยงาม แล้วให้น้อง ป. สำรวจตู้ปลาอย่างไม่มีรูปแบบ ทำเป็นกลุ่มผลงาน โดยให้คิดวาดรูปบนกระดาษวาดเขียน แล้วเสริมด้วยให้คิดตัดสินใจตัวเลือก เช่น จำนวนแบบปลาที่ชอบ จำนวนปลาที่จะวาด จำนวนสิ่งมีชีวิตในตู้ปลา รวมทั้งปรับผลงานให้เพิ่มช่วงความสนใจของน้อง ป. โดยเพิ่มการวาดน้ำบนพื้นหลัง (สีอ่อนและเข้มในระยะไกลและใกล้) และการวาดกรอบแบบท้าทายให้ลองกลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำกับผม แล้วปิดกลุ่มด้วยการนำเสนอภาพให้คุณพ่อคุณแม่ชื่นชม ซึ่งผมประเมินแล้วก็มีระดับความสามารถทางสังคมในระดับ 2 กลุ่ม ผลงาน และมีระดับการรู้คิดจาก 3 ไป 4 ได้บ้าง 60% เพราะยังคงต้องกระตุ้น 1-3 ครั้งเพื่อให้ น้อง ป. คิดและสื่อสารความคิดออกมาอย่างมั่นใจ

         สรุปปิดท้ายในกรณีศึกษาทั้งสองราย คือ การฝึกบทบาทที่เป็นธรรมชาติเน้นการจัดสิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้จากสื่อและกลุ่มอย่างมีระบบ และความใส่ใจในการจัดการความสุขที่ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: