การคืนสู่สุขภาวะในเชิงปฏิบัติ หมายความว่าอย่างไร?

-A +A

Recovery in practice: What does it mean?
การคืนสู่สุขภาวะในเชิงปฏิบัติ หมายความว่าอย่างไร? 

           แนวคิดเรื่องการคืนสู่สุขภาวะ (Recovery) ในบริการสุขภาพจิตเป็นที่นิยมกันมากขึ้นเรื่อยๆ และนักวิชาชีพด้านสุขภาพจิตจำนวนมากขึ้นกำลังพิจารณาบทบาทของตนเสียใหม่ว่าจะพยายามช่วยผู้ป่วยจิตเวชให้บรรลุเป้าหมายในการคืนสู่สุขภาวะได้อย่างไร

           การคืนสู่สุขภาวะเป็นความคิดและกระบวนทัศน์ที่ช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าบริการสุขภาพจิต แนวคิดนี้บ่งบอกว่า คนทำงานด้านสุขภาพจิตมองคนที่มีโรคจิตเวชอย่างไร จะเข้าใจผู้ป่วยจิตเวชได้อย่างไร และความช่วยเหลืออะไรที่อาจเสนอให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ แนวคิดการคืนสู่สุขภาวะจึงเป็นทั้งเรื่องอุดมคติและการปฏิบัติจริง เป็นเรื่องอุดมคติเพราะพูดถึงความหวัง การเสริมพลัง การเยียวยาตนเอง และการก้าวไปข้างหน้า เป็นการปฏิบัติจริงในแง่ที่ว่าคนทำงานด้านสุขภาพจิตให้บริการที่ได้ผล ที่ได้รับการพิสูจน์จนมีหลักฐานประจักษ์ชัดแล้วว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ได้ผล ทั้งยังจัดหาโอกาสให้ผู้ป่วยจิตเวชได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่

           การคืนสู่สุขภาวะยังเป็นการเดินทางส่วนตัวที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละคน ผู้ป่วยจิตเวชเดินทางไปด้วยความช่วยเหลือและการสนับสนุนของคนทำงานด้านสุขภาพจิต เป็นการเดินทางเสาะหาความหมายของสิ่งที่เกิดขึ้นและยอมรับ เป็นเรื่องของการดูแลตนเอง การตระหนักถึงความมุ่งหมายใหม่ และการค้นพบทรัพยากรของตนเอง บริการสุขภาพจิตจึงต้องลุกขึ้นมาสนองปัจเจกบุคคลใหม่คนนี้และ จัดหาความช่วยเหลือและการสนับสนุนให้ ไม่ใช่แค่ลดอาการป่วยของเขาให้น้อยลงเท่านั้น ทั้งยังช่วยปัจเจกบุคคลให้สร้างชีวิตของตนขึ้นใหม่

           ที่การคืนสู่สุขภาวะมีลักษณะขึ้นกับตัวบุคคลอย่างนี้ ทำให้คนทำงานสุขภาพจิตตีความหมายของมันไปได้หลายทาง โดยเน้นด้านต่างๆ กันของกระบวนการทั้งหมด ข้อเท็จจริงที่ว่าการคืนสู่สุขภาวะเป็นกระบวนการนั้น ทำให้บริการสุขภาพจิตรับมาใช้ได้ยาก เพราะหมายถึงว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในแนวทางที่นักวิชาชีพสุขภาพจิตทำงานกับคนไข้ ในวิถีทางใหม่ แนวทางเข้าสู่ประเด็นใหม่และการหยั่งรู้เข้าใจลึกซึ้งใหม่ๆ

           ในสหราชอาณาจักร กระทรวงสาธารณสุขตีพิมพ์เอกสารฉบับหนึ่งในปี 2011 ซึ่งพยายามนำแนวทางใหม่ในการทำงานกับผู้ป่วยจิตเวชมาบรรจุไว้แทนที่วิสัยทัศน์ก่อนๆ อย่างกรอบโครงสร้างบริการระดับชาติและขอบฟ้าใหม่ เป็นต้น เอกสารซึ่งตีพิมพ์เมื่อไม่นานชิ้นนี้มีสโลแกนว่า “หากไม่มีสุขภาพจิตก็ไม่มีสุขภาพ” และได้วางเป้าหมายไว้ 6 ข้อ ข้อแรกคือ ประชาชนจะมีสุขภาพจิตดีพร้อมกับมีสุขภาวะดีขึ้น และคนมีปัญหาสุขภาพจิตจะลดจำนวนลง ข้อที่สอง คนมีปัญหาสุขภาพจิตจะหายและคืนสู่ชีวิตปกติมีคุณภาพชีวิตที่ดีจำนวนมากขึ้น  ข้อที่สาม คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตจะมีสุขภาพกายดีขึ้น ข้อที่สี่ คนที่จำเป็นต้องการรับการดูแลและสนับสนุนจะมีประสบการณ์ที่ดีในการรับบริการ ข้อที่ห้า มีคนทำร้ายตนเองน้อยลง และข้อสุดท้ายมีคนทนทุกข์จากตราบาป และการเลือกปฏิบัติน้อยลง

           เป้าหมายหรือวิสัยทัศน์เหล่านี้จำเป็นต้องแปลให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่าจะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการออกแบบและรังสรรค์โครงสร้างสำหรับ ส่งมอบการดูแลที่พึงประสงค์ด้านต่างๆ และกระบวนการส่งมอบที่ครบถ้วน โดยมีตัวบ่งชี้ผลลัพธ์และกระบวนการของ เป้าหมายแต่ละข้อ ตัวเป้าหมายเองก็เป็นตัวบ่งชี้ผลลัพธ์อยู่แล้ว แต่หากไม่ได้วางกระบวนการไว้ ไม่มีหลักไมล์วัดความก้าวหน้า ก็จะทำให้เป้าหมายต่างๆ ไร้ความหมาย

           โดยแท้แล้ว คำว่า “การคืนสู่สุขภาวะ (recovery)” เป็นกระบวนการที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในปัจเจกบุคคล เขาต้องเชื่อในกระบวนการนี้ เริ่มดูแลตนเอง และเชื่อในการตระหนักรู้ใหม่ถึงความมุ่งหมาย ในส่วนของคนทำงานสุขภาพจิต เขาต้องทำงานตามกระบวนการต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นแนวการปฏิบัติอันเลิศ และมองภาพความเป็นไปได้ของคนไข้ต่างไปจากเดิม คือต้องมองว่าพวกเขาสามารถสัมฤทธิผลสิ่งใหม่ๆ ได้  ตอนนี้ คนทำงานสุขภาพจิตต้องทำงานร่วมกันในวิธีคิดใหม่ สำรวจเขตแดนใหม่ๆ ซึ่งอาจยังไม่มีคนบุกเบิก ร่วมกับผู้รับบริการของตนเพื่อไปให้ไกลยิ่งกว่ากรอบการทำงานปัจจุบัน

           ด้วยแนวคิดว่าการคืนสู่ชีวิตปกตินั้นเป็นไปได้  นั่นคืออะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นและต้องลองทำดู ขึ้นอยู่กับนักวิชาชีพสุขภาพจิตที่จะมองให้เห็นและก้าวนำทาง แนะแนวทางให้คนไข้พัฒนาสำนึกใหม่ถึงความมุ่งหมายและความหมาย ในบทความต่อๆ ไป ผมจะสำรวจทักษะและกระบวนการต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้น จากผู้รับบริการและนักวิชาชีพสุขภาพ

 

บทความ  Dr.Abdul Kadir Abu Bakar  ผู้อำนวยการ Permai Hospital , Tampoi, Malaysia

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: