ทักษะการจัดการความโกรธ

-A +A

          ความโกรธเป็นความรู้สึกที่หลายคนไม่ชอบ และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเอง ความโกรธเหมือนเป็นอสุรกายสำหรับมนุษย์ แท้จริงแล้วความโกรธเป็นตัวแทนที่แสดงความรู้สึกไม่พอใจ ผิดหวัง โมโห รำคาญ เกลียด (ความรู้สึกที่ไม่ดี) 

          คนที่ทำร้ายจิตใจหรือทำให้เจ็บปวดทางกายหรือเรื่องราวต่างๆ มากระทบจิตใจแล้วจัดการแก้ไขโต้ตอบกลับไปด้วยความรุนแรง เช่น ตวาด ส่งเสียงดัง เอะอะ โวยวาย ดุด่า การตะโกนโดยใช้เสียงเป็นเครื่องมือ ถ่ายทอดอารมณ์ออกไปตามความรู้สึกแบบขาดสติ ขาดการควบคุมทำให้คนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงนั้นจะมีอารมณ์โกรธตามสิ่งเร้า หรือเสียงกระตุ้นนั้นจะยิ่งรู้สึกโกรธ ไม่ชอบไม่พอใจ รำคาญเพิ่มขึ้นอีก ถ้าพิจารณากันโดยละเอียดแล้ว มันมีอะไรบางอย่างที่อยู่ลึกกว่าอารมณ์โกรธที่แสดงออกมา เช่น  ความรัก ความห่วงใย ความสงสัย ความอ่อนแอ ความไม่ชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกที่มีอารมณ์ดีต่อกัน

          คนเราเมื่อมีความรักมากก็จะมีความคาดหวังมาก ยิ่งคนรักทำกิริยาอาการที่ทำให้ตนเองผิดหวังจะรู้สึกโกรธมาก เช่นเดียวกับความห่วงใยที่เกินพอดีจะสร้างความรำคาญแก่ผู้ที่ได้รับ ความห่วงใยมักจะปะปนมากับความวิตกกังวลหรือฟุ้งซ่านเกิน โดยปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตที่รบกวนจิตใจตลอดเวลา เมื่อมีเรื่องราวต่างๆ มากระทบจิตใจจะเกิดความขุ่นเคือง ถ้าดีกรีมากจะเพิ่มความรุนแรง แม้แต่ความไม่ชอบหรือเกลียดชัง ถ้ามีมากจะเกิดอคติ ไม่ว่าเขาจะทำดีสักเพียงใด ก็ไม่ถูกใจมีข้อตำหนิติเตียนอยู่เสมอสำหรับความสงสัยในการมีชีวิตอยู่ร่วมกัน ถ้าขาดความไว้วางใจกันจะนำสู่ความขัดแย้ง ไม่เชื่อถือ ไม่ไว้ใจ จะก่อให้เกิดความบาดหมางได้ ส่วนความอ่อนแอจะเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันหรือทำงานร่วมกัน  โดยเฉพาะความอ่อนแอทางด้านจิตใจ หรือเรียกว่าผู้ที่เปราะบางทางอารมณ์ บุคคลเหล่านี้จะโกรธง่าย ด้วยภายในใจอ่อนไหวง่าย มองตนเองในแง่ลบ ผิดหวังตนเอง โกรธตนเอง ดูถูก ตำหนิตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ถูกกระทบได้ง่าย และสร้างความเจ็บปวดให้แก่ตนเอง และแสดงออกทางอารมณ์โกรธได้ง่ายและรุนแรงจนเกิดพฤติกรรมบางอย่างน่ากลัว เช่น ตบ ตี ทุบ ต่อย เตะ กระทืบ เหยียบ ฯลฯ ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาจมีความรุนแรงถึงขั้นใช้อาวุธ บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการขาดสติ เมื่อเรารู้จักอารมณ์โกรธแล้ว เราจะไปรังเกียจมันทำไม เพียงแต่เรารู้จักมัน ควบคุมมันให้ได้ ไม่ยอมให้มันโกรธนานเกิน 13 วินาที เพราะถ้านานกว่านั้น มันจะกลายมาเป็นพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้และเกิดผลเสียต่อตนเอง คนอื่น และสิ่งแวดล้อมเวลาเรารู้สึกโกรธ

          ลองทบทวนดูว่ามันมีสาเหตุจากการที่เรารักมากเกินไป ไม่ชอบ สงสัย กังวล หรืออ่อนแอเกินไปหรือเปล่า  หรือไม่ก็ลองนับ 1-13 ดู ถ้าไม่ได้ผล ลองปรับเปลี่ยนอารมณ์ของเราไปที่ช่องที่เรามีความสุข เหมือนเปลี่ยนช่องทีวี หรือออกไปจากสถานการณ์นั้นสักพักก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่ หรือแผ่เมตตาให้กับคนที่เราโกรธ มองในแง่ดีว่า ฉันมีคุณค่ามากที่ไม่โกรธตอบเมื่อถูกกระทำให้โกรธ หรือมองเห็นพิษภัยของความโกรธว่าจะทำลายสุขภาพตนเอง ทำลายความสัมพันธ์หรือมิตรภาพที่ดีถ้ารุนแรงมากอาจทำร้ายคนอื่นถึงแก่ชีวิตหรือทำให้ข้าวของเสียหาย มีหลายวิธีเลือกทำดู ความโกรธนั้นก็จะลดลง แท้จริงแล้วความโกรธเป็นเพียงคำที่เราตั้งขึ้นเท่านั้น แต่ผลกระทบของความโกรธนั่นแหละที่เป็นปัญหา เราต้องรู้จักมัน ไม่รับและเก็บความโกรธที่คนอื่นสร้างขึ้นมาและส่งให้เราเป็นทาสของมัน

          ประการสำคัญ เราอย่าสร้างความโกรธให้กับตนเอง ถ้าทำได้เราจะรู้ว่าความโกรธที่ควบคุมได้มันน่ารักดีเหมือนกัน “น่ารักกกกอ่ะ” (ลองฝึกทำเสียงดู) ความโกรธจะช่วยให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง ไวต่อความรู้สึกคนอื่น เป็นคนช่างสังเกต ปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี การรู้จักความโกรธช่วยให้เราเป็นคนน่ารัก เราจะจัดการความโกรธได้เร็ว ไม่ยอมให้ความโกรธมันมาทำให้เราทุกข์ เป็นตัวเตือนสติเราได้ดี และตัวท้าทายความสามารถเฉพาะตัวของเราด้วย

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: