10 ทักษะ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของคุณ

-A +A

           พจนานุกรมมีเรียมเว็บสเตอร์ของผม อธิบายความหมายของคำว่าทักษะ หรือ Skills ไว้ว่าหมายถึงการสร้างความแตกต่าง คำๆ นี้มีรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษในยุคกลางว่า skilen, จากภาษาเยอรมันยุคแรกว่า skilja แปลว่า เพื่อแบ่งหรือแยกออกจากกัน เช่นเดียวกับคำในภาษาเยอรมันยุคแรกอีกคำหนึ่งคือ skil ซึ่งแปลว่า “ความแตกต่างอย่างโดดเด่น”

           คุณจะใช้ทักษะของคุณทำให้ความสัมพันธ์คู่สมรสดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร?

 

ศึกษาวิธีการสื่อสารกับคู่สมรสให้ทะลุปรุโปร่ง

           หลายคนทึกทักเอาว่าการสื่อสารที่พวกเขาใช้กับคนอื่นๆ นั้นจะสามารถใช้ได้ดีในความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตน แท้ที่จริงแล้วพวกเขาพบว่ามันใช้ไม่ได้ผล การแสดงอำนาจหรือความก้าวร้าวนั้นมักไม่เป็นที่พอใจของสามีหรือภรรยาของคุณ การสื่อสารในชีวิตสมรสที่มีประสิทธิภาพนั้นคือการค้นพบความจริงที่ว่า ชีวิตสมรสของคุณนั้นจำเป็นจะต้องใช้วิธีการสื่อสารที่ต่างออกไป

           การแพ้หรือชนะเป็นเพียงแค่เกมที่เราสามารถใช้ได้ในการขายหรือที่ทำงานเท่านั้น แต่ใช้กับคู่สมรสไม่ได้แน่

ประนีประนอม

           การอยู่อย่างประนีประนอมคือทักษะที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายจำเป็นจะต้องเรียนรู้ เริ่มจากมองหาสิ่งที่คุณทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันโดยการคุยประเด็นต่างๆ ด้วยกัน คุณอาจหาจุดประนีประนอมที่น่าพึงพอใจร่วมกันได้  และทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็นผู้ชนะด้วยกันทั้งคู่ เพราะในความสัมพันธ์ที่ดีนั้นไม่มีการแพ้-ชนะ

เคารพซึ่งกันและกัน

           การด่าคู่สมรสนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการสื่อสาร บ่อยครั้งที่การกระทำเช่นนั้นลงเอยเป็นการทำร้ายจิตใจรูปแบบต่างๆ การขัดแย้งกันเป็นเรื่องปกติ แต่คำด่าว่าเจ็บๆ นั้นจะยังคงอยู่ในความทรงจำเนิ่นนานแม้ว่าปัญหาจะถูกแก้ไปแล้วก็ตาม จงเรียนรู้ที่จะเคารพคู่ของคุณในการตัดสินใจและความคิดของเขาหรือเธอ ตราบเท่าที่การตัดสินใจหรือความคิดนั้นๆ ไม่ก่อความเสียหายแก่ตัวคุณหรือความสัมพันธ์ และขอให้อีกฝ่ายเคารพคุณด้วยเช่นกัน

พูดด้านบวก

           หากคุณจำเป็นต้องพูดคุยเรื่องละเอียดอ่อนกับคู่สมรสของคุณ ควรเริ่มเปิดประเด็นโดยการกล่าวถึงสิ่งที่เป็นบวก ยกตัวอย่างเช่น หากสามีของคุณมักยกที่รองนั่งบนชักโครกขึ้นแล้วไม่ได้เอาลงหลังใช้งานเสร็จ แต่คุณชอบให้เอาที่รองนั่งลงโดยเฉพาะเพื่อแขกท่านอื่น แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์เขา เริ่มแรกให้ชื่นชมสามีของคุณที่ช่วยยกที่รองนั่งขึ้นทุกครั้งก่อนทำธุระ และหลังจากที่คุณเริ่มต้นด้วยบทสนทนาเชิงบวกแล้วคุณค่อยขอร้องให้เขาช่วยพยายามเอาที่รองนั่งลงเพื่อความสะดวกของผู้อื่นที่ใช้งานต่อจากเขา

           นอกจากนี้คุณควรให้กำลังใจกันและกันเป็นประจำทุกวันด้วยการแสดงความคิดเห็นเชิงบวก ผู้ฟังจะรู้สึกขอบคุณที่ได้รับกำลังใจเช่นนี้

ให้อีกฝ่ายทราบความคาดหวังของคุณ

           อย่ารอจนโมโหเสียหนักแล้วจึงบอกเล่าความรู้สึกของคุณออกมา แต่แสดงให้อีกฝ่ายทราบเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้ทำข้อตกลงกันก่อนที่จะกลายเป็นประเด็นทางอารมณ์ อย่าทึกทักว่าอีกฝ่ายทราบถึงสิ่งที่คุณต้องการ จงบอกถึงความคาดหวังของคุณอย่างชัดเจนเพราะคู่สมรสของคุณไม่ใช่นักอ่านใจคน

หญิงชายไม่เหมือนกัน

           การไม่ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างชายและหญิงสร้างความเครียดเกินจำเป็นได้อย่างมหาศาล ผู้ชายนั้นมักต้องการเวลาหลังเลิกงานเพื่อผ่อนคลาย จากนั้นอาจจะค่อยแบ่งปันเรื่องที่ทำงานสักเล็กน้อย แต่ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายหญิงมักจำเป็นต้องใช้เวลาคุณภาพด้วยกันเพื่อพูดคุยถึงสิ่งที่ได้พบเจอมาระหว่างวันอย่างยืดยาว ฝ่ายชายมักชอบสื่อสารสั้นๆ ลัดๆ ในขณะที่ฝ่ายหญิงมักชอบพูดว่าตนเองรู้สึกอย่างไร จงเรียนรู้ที่จะเคารพความแตกต่างและใช้ความแตกต่างนี้ให้เป็นประโยชน์

เป็นผู้ฟังที่ดี

           ความสามารถในการฟังนั้นสำคัญมากพอๆ กับความสามารถในการแสดงความรู้สึกนึกคิดของคุณ เมื่อคู่สมรสของคุณพูด จงทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี สบตาและพูดทวนสิ่งที่คุณได้ยินบางอย่างหรือถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เขาหรือเธอพูด การฟังนั้นสำคัญเท่าเทียมหรือบางทีอาจสำคัญมากกว่าการพูดเสียด้วยซ้ำ

เลือกจังหวะให้เหมาะ

           หากคุณขุ่นเคืองด้วยบางสิ่งที่คู่สมรสของคุณได้ทำลงไป จงคอยเวลาเหมาะๆ เพื่อจะคุย บ่อยครั้งที่เรายกประเด็นต่างๆ มาพูดทันทีหลังเลิกงานซึ่งเป็นเวลาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายต่างก็เหนื่อยล้าจากการทำงาน การรอจนถึงหลังอาหารมื้อค่ำ เมื่อคุณทั้งสองฝ่ายรู้สึกผ่อนคลายจะช่วยให้สถานการณ์ไม่เลวร้าย และทำให้คู่สมรสของคุณยินดีรับฟังความจำเป็นความต้องการของคุณได้มากขึ้น อย่ามีปากเสียงกันต่อหน้าเด็กๆ เพราะนั่นจะไม่ช่วยสร้างเสริมพวกเขาเลย

ปิดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และไอแพดแล้วหันหน้าเข้าหาคู่สมรส

           การนั่งบนเก้าอี้โซฟาด้วยกันเงียบๆ ในขณะที่คุณดูโทรทัศน์ไม่ได้ช่วยให้เกิดการสื่อสารที่ดีได้เลย จงปิดโทรทัศน์และสิ่งรบกวนอื่นๆ ในขณะใช้เวลาสนทนากัน การตกลงกันล่วงหน้าในเรื่องเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ของคุณดีขึ้น

ความรู้สึกไม่สามารถซ่อมได้

           สิ่งที่ผู้หญิงอยากได้เมื่อระบายความรู้สึกคือให้คู่สมรสรับฟังอย่างแท้จริงและรู้สึกว่าเขาเห็นอกเห็นใจตน ในขณะที่ผู้ชายนั้นมักพยายามที่จะแก้ไขปัญหามากกว่าจะรับฟังและแสดงความเห็นอกเห็นใจ แต่การประนีประนอมสามารถพิชิตความแตกต่างเหล่านี้ได้  ฝ่ายสามีควรเรียนรู้ที่จะฟังให้มากขึ้นก่อนนำเสนอทางแก้ไขปัญหา และฝ่ายภรรยาควรเรียนรู้ที่จะชื่นชมการแก้ปัญหาของสามีเพราะนั่นเป็นวิธีแสดงออกถึงความรักและห่วงใยของเขา

           อย่าบังคับให้สามีของคุณบอกเล่าความรู้สึกของเขาแก่คุณ แต่ให้รางวัลเมื่อเขาแสดงความรู้สึกของตนออกมา หากคุณชื่นชมเมื่อยามที่เขาแสดงอารมณ์อ่อนไหว นั่นจะทำให้เขารู้สึกเป็นชายชาตรีมากขึ้นและส่งเสริมให้เขาเปิดใจแสดงความรู้สึกของตนบ่อยขึ้น

___ 

บทความโดย Dick de Konning ที่ปรึกษาประจำศูนย์บริการนิวเคาเซลลิ่งเซอร์วิส  www.ncs-counseling.com

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: