ฝึกทักษะชีวิต พิชิตจิตกังวล

-A +A

           จากกรณีศึกษาคุณ ป. ในบันทึก http://www.gotoknow.org/posts/555629 ที่ได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์คนที่หนึ่งด้วยโรคเครียดและได้รับยานอนหลับกับยาคลายเครียด ซึ่งมี เหตุจากหัวหน้างานบังคับให้เปลี่ยนไปรับตำแหน่งงานที่ท้าทายขึ้น

           ผมได้ประเมินทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคม พบว่า คุณ ป. มีความคิดความเข้าใจระดับปกติ แต่มีความคิดมุมลบมากเกินไป คือ กลัวจะทำงานใหม่ไม่ได้ กลัวลูกน้องไม่เชื่อฟัง กลัวจะไม่หายจากโรควิตกกังวล และได้ฝึกทักษะชีวิตครั้งแรกใน 3 ชม. คือ 1) ทักษะการจัดการความเครียดเปรียบเทียบบทบาทระหว่างงานใหม่กับงานเดิม 2) ทักษะการสื่อสารกับหัวหน้างานและ   ลูกน้องในกรณีเลือกงานใหม่ และ 3) ทักษะการสงวนพลังงานและจัดการความล้าทางจิตที่นอนไม่หลับ จากนั้นคุณ ป. ก็ตัดสินใจทำงานใหม่และสื่อสารกับหัวหน้างานกับลูกน้องได้เพียง 2 อาทิตย์แต่ยังคงนอนไม่หลับและรู้สึกเครียดกับการปรับตัวในงานใหม่อยู่ จึงได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์คนที่สองด้วยโรควิตกกังวลและได้รับยานอนหลับกับยาคลายกังวล พร้อมนัดหมายทำสะกดจิตบำบัดจากนักบำบัดทางเลือก และคุณ ป. ก็อดทนทำงานใหม่นั้นอีก 3 อาทิตย์

           ผมนึกถึงในต่างประเทศที่เกิดกระบวนการส่งต่อทีมสหวิชาชีพแบบไม่ทางการในกรณีผู้ป่วยนอกที่ต้องใช้ชีวิตทำงานหาเลี้ยงชีพ...เน้นเป้าหมายแห่งการพัฒนาทักษะชีวิต ได้แก่ จิตแพทย์เฉพาะโรคอาจมีมากกว่า 1 ท่านเพื่อช่วยวินิจฉัยและสรุปแนวทางการบำบัดฟื้นฟู พร้อมมีการส่งปรึกษา: นักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางจิตสังคมให้ประเมินและออกแบบทักษะกับบทบาทใหม่ในบ้าน-สถานที่ทำงานจริง นักจิตวิทยาคลินิกให้ประเมินและบำบัดเชิงจิตวิเคราะห์ พยาบาลจิตเวชให้ประเมินและส่งเสริมสุขภาพจิตศึกษา และนักสังคมสงเคราะห์ให้ประเมินและประสานงานกับหัวหน้างาน โดยประเมินความก้าวหน้าใน 3-6 สัปดาห์แต่คุณ ป. ไม่ได้รับกระบวนการข้างต้น

 

           ผมจึงนัดมาออกแบบสื่อกิจกรรมบำบัดเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิต (ความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตตามศักยภาพหรือทักษะสูงสุดที่จะทำได้ในระยะยาว ได้แก่ การดูแลตนเอง การทำงาน การใช้เวลาว่าง การเข้าสังคม การพักผ่อน การนอนหลับ และการเป็นพลเมืองดี) ดังตัวอย่าง:-

           สื่อกิจกรรมบำบัดใน 15 นาทีแรก: 1) การเขียนประเมินความสุขของตนเองได้ 5/10 พร้อมระบุความต้องการพัฒนาตนเองในปัจจุบันได้ 7 รายการ และ 2) การวางแผนชีวิตในปัจจุบันขณะ (ตอนนี้หรือ 2-3 วันข้างหน้า) พร้อมเลือก 1 จาก 3 กิจกรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ในครอบครัว คือ กิจกรรมปั้นดินน้ำมันปะติดกระดาษแบบลายนูนเป็นรูปธรรมชาติที่ตั้งใจไปกับครอบครัวพรุ่งนี้ แต่ตนเองไม่ได้คิดเอง และไม่ได้ปั้นสมาชิกในครอบครัว

           ผม: คุณ ป. ต้องคิดถึงตัวเองให้มีพลังชีวิต ต้องปั้นตัวเองและสมาชิกในครอบครัว ให้การบ้านคิดกิจกรรมครอบครัวอาทิตย์ละครั้งแล้วบันทึกในไดอารี่

 

           สื่อกิจกรรมบำบัดใน 20 นาทีต่อมา: 1) การฝึกบทบาทสมมติที่อยากรับโทรศัพท์อย่างมีความสุข โดยเชิญอาจารย์กิจกรรมบำบัดที่จบจิตวิทยาคลินิกมาเป็นหัวหน้างานเพื่อสั่งงานทางโทรศัพท์กับคุณ ป. รวม 4 รอบ แล้วให้คุณ ป. สะท้อนตนเอง พบว่า ไม่ใช้อารมณ์และแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น

           ผม: คุณ ป. มักบอกคู่ทางโทรศัพท์ว่า “อย่าเครียด” บ่งบอกว่า “เราเครียด” ไม่ควรตั้งคำถามเวลาพูดคุย ทำให้ลดการต่อยอดวงจรสนทนาและไม่ตัดบท

           การประเมินซ้ำก่อนนัดหมายในเดือน ม.ค. : คุณ ป. รับรู้ความหมายและคุณค่าของการพัฒนาทักษะชีวิตด้านการเข้าสังคม (สื่อสารกับครอบครัวและหัวหน้างาน) และประเมินความสุขของตนเองได้ 7/10 หลังจากนั้นใน 1-2 วันต่อมาผมก็ได้รับข้อความทางมือถือจากคุณ ป. ทำให้ตระหนักโจทย์ว่า“คุณจะตอบคุณ ป. ว่าอย่างไร และการพัฒนาทักษะชีวิตที่จะไม่ทำให้คุณ ป. ลาออกจากงานใหม่นั้นควรเป็นอย่างไร”

 

           ผมจึงเชิญชวนพี่น้อง เพื่อนที่อ่านนิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตร่วมอ่านข้อความดังกล่าว พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผมได้ทางอีเมล์ otpop@windowslive.com ภายในเดือนมีนาคม 2557 หากท่านใดโชคดีตอบมาเป็น 20 อันดับแรก ผมจะเขียนอีเมล์หนังสือกิจกรรมบำบัดจิตสังคม (E-book) กลับไปให้ฟรี แล้วผมจะได้มีโอกาสนำมาเล่าสู่กันฟังในฉบับถัดไปนะครับ

           1) คุณ ป. : ขอถาม 1 คำถาม ตอนนี้กังวลในเรื่องการใช้เงินอะครับ เพราะกลัวตกงานแล้วไม่มีตังค์จ่ายค่ายา ค่าใช้จ่ายต่างๆ ขอคำแนะนำหน่อยครับ

           2) คุณ ป. : วันนี้จะไปเที่ยวโคราชแล้วนะครับ แต่อารมณ์ยังไม่ได้เลยครับ อารมณ์ไม่ได้รู้สึกสนุกเลยอะครับ สรุปผมเป็นโรควิตกกังวลไม่ใช่โรคซึมเศร้าใช่ไหมครับ

           3) คุณ ป. : ตอนนี้เปลี่ยนกลับไปหาหมอคนเดิมแล้วนะครับ คุณหมอปรับให้กินยาเป็นอีกพวกนึงเป็นแก้กังวลมากขึ้นอะครับ กินมา 2 วัน และผมก็พยายามอดทนกับมันอยู่อะครับ จะหายไหมครับ

           4) คุณ ป. : กิจกรรมที่ใกล้เคียงกับงานที่ทำ คิดไม่ออกอะครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: