โรบิน วิลเลียมส์ กับ การจากไปด้วยโรคซึมเศร้า | สมาคมสายใยครอบครัว

โรบิน วิลเลียมส์ กับ การจากไปด้วยโรคซึมเศร้า

-A +A

          ชาวโลกเศร้าสะเทือนใจกับการจากไปด้วยการฆ่าตัวตายอันเป็นผลมาจากโรคซึมเศร้าของ “โรบิน วิลเลียมส์” นักแสดงชื่อดังที่ฝากผลงานระดับตำนานไว้มากมาย ผู้ที่เคยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังนักแสดงที่มีอารมณ์ดี มีครอบครัวที่อบอุ่นจะต้องต่อสู้กับความเลวร้ายของโรคซึมเศร้า รวมทั้งต้องเข้าสถานบำบัดผู้ติดสุราและยาเสพติด โคเคน จบชีวิตตัวเองด้วยโรคซึมเศร้า

          ซูซาน ชไนเดอร์ ผู้เป็นภรรยาได้เปิดเผยภายหลังว่า โรบิน วิลเลียมส์ มีอาการเริ่มต้นของโรคพาร์คินสัน แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน ก่อนเขาเสียชีวิต โรบิน วิลเลียมส์ พูดถึงความกลัวและความวิตกกังวลที่ท่วมท้นในใจที่นำเขากลับไปใช้สุรา

          คนทั่วไปคงจะคิดว่า โรคซึมเศร้า คือ อาการเศร้าใจ แต่แท้จริงแล้วโรคซึมเศร้ามีความรุนแรงมากกว่านั้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหดหู่ เศร้าอย่างต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลรุนแรงในการใช้ชีวิตปกติ ทำให้เขาไม่สามารถชื่นชมหรือสนใจสิ่งต่างๆ ทำให้เขารู้สึกตัดขาดจากโลก รู้สึกโดดเดี่ยวลำพัง ผู้ป่วยจะมองทุกสิ่งทุกอย่างในแง่ลบ สิ่งที่ โรบิน วิลเลี่ยมส์ ต้องเผชิญนั้นเขาต้องบำบัดการติดสุรา และยาเสพติด เวลาคนมีปัญหามักจะหาทางออกให้ตัวเอง บางคนใช้ทางช่วยผิดๆ เช่น ดื่มสุรา และใช้ยาเสพติดเพื่อให้ลืมความเศร้า โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง อีกทั้งมีโรคทางกายซ้ำเติม เขาคงจะรู้สึกอัดอั้น เต็มล้นไปด้วยความคิดด้านลบ ทั้งที่เขามีครอบครัวที่รักเขาอย่างลึกซึ้งก็ไม่ได้ช่วยเขาให้ผ่านวิกฤติได้

          การจากไปของเขาทำให้ครอบครัวของเขาได้ผลกระทบรุนแรงทางจิตใจ “เซลด้า วิลเลียมส์” ลูกสาว “โรบิน วิลเลียมส์” มีผลกระทบจากคนโจมตีทางสื่อออนไลน์ จนต้องออกมาประกาศเลิกใช้สื่อออนไลน์ เธอรู้สึกแย่และเป็นเรื่องที่โหดร้าย โดยเฉพาะการส่งต่อภาพศพพ่อของเธอ เธอเล่าว่าในวันเกิดของ “โรบิน วิลเลียมส์” ที่ผ่านมา ยังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เธอไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมพ่อของเธอไม่สามารถหาที่พักพิงใจให้กับตัวเองได้ ทั้งๆ ที่มีคนที่รักเขาอยู่มากมาย

          การที่มีสื่อได้ออกมาเผยแพร่ วิธีการฆ่าตัวตายของเขานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สังคมไม่จำเป็นต้องรู้วิธีการของเขา บางคนวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างผิดๆ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการป้องกันการฆ่าตัวตาย กล่าวว่า ข้อมูลอาจส่งผลให้ผู้ที่กำลังคิดอยากฆ่าตัวตายลอกเลียนแบบเขาก็ได้

          การจากไปของเขาทำให้คิดถึงความโดดเดี่ยวของการป่วยทางจิต เรารู้ว่าการให้ความรู้ การสนับสนุน และการให้ความช่วยเหลือสามารถรักษาชีวิตได้ การเรียนรู้ถึงสัญญาณ และทางเลือกในการรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะการป่วยทางจิตอื่นๆ คือจุดที่จะต้องเริ่ม เช่น การหาเพื่อนที่ไว้วางใจได้หรือครอบครัวที่จะรับฟังและเสนอความช่วยเหลือ หาหนทางที่จะเข้าสู่การรักษา โดยการพบจิตแพทย์เพื่อประเมินการรักษา ให้ยา และนักวิชาชีพทางสุขภาพจิตในการช่วยเหลือ โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ โดยจะต้องใช้ยาเข้าไปปรับให้สมดุล ซึ่งเป็นโรคที่รักษาได้ บางคนบอกว่าการใช้ธรรมะ หาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจน่าจะหาย แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น โรคซึมเศร้าต้องได้รับการรักษาเป็นระบบโดยจิตแพทย์

          การจัดการกับความคิดที่จะฆ่าตัวตาย : ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้เป็นโรคซึมเศร้าจะมีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือความคิดฆ่าตัวตาย สิ่งสำคัญคือให้จำไว้ ว่าความคิดเหล่านี้เป็นเพียงความคิดเท่านั้นและคุณจะต้องไม่ลงมือทำ ความคิดเหล่านี้จะหมดไปเมื่อเวลาผ่านไป และไม่ควรเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว ให้คุยกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา ความคิดฆ่าตัวตายเป็นสัญญาณเตือนว่าจะต้องมีการปรับการรักษาใหม่โดยการเปลี่ยนยาหรือหาวิธีการอื่นๆ ให้ตกลงกับญาติหรือเพื่อนๆ ว่าคุณจะโทรศัพท์หาเขา หากมีแนวโน้มที่คุณจะลงมือทำสิ่งต่างๆ เก็บเบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญต่างๆ ไว้กับตัวรวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์ของคุณ และคนที่คุณสัญญาว่าจะโทรศัพท์ไปหาหาก คุณรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย และเบอร์โทรศัพท์สายด่วนที่ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง คือ 1323 

          เคน ดัคเวอธ แห่งองค์กรนามีได้เขียนในบล็อกขององค์กร ถึงเรื่องที่ว่า เราจะทำอะไรได้บ้างเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า ไว้ดังนี้ :

  • เป็นปากเป็นเสียง ต่อสู้เพื่อเข้าสู่การรักษาที่ดีขึ้น และทำการวิจัยเกี่ยวกับการป่วยทางจิต
  • ให้ผู้คนได้เข้าสู่การคัดกรองว่าเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ตั้งแต่เนิ่นๆ วันแห่งการคัดกรองโรคซึมเศร้าแห่งชาติของอเมริกา คือ วันที่ 9 ตุลาคม
  • ให้กำลังใจให้ผู้ป่วยมั่นคง ต่อสู้  รับการรักษา
  • ต่อต้านการใช้ยาเสพติด เพราะสารเสพติดจะทำลายแผนการรักษาโรค
  • สนับสนุนให้ผู้คนได้พูดถึงสภาวะโรคซึมเศร้าของตัวเอง การแยกตัว และเก็บเงียบนั้นเป็นอันตราย
  • ร่วมมือกัน หลายเสียงนั้นมีพลังมากกว่าอยู่คนเดียว
  • ให้ความรัก อย่างที่ “โรบิน วิลเลี่ยมส์” ได้แสดงไว้ใน “Good Will Hunting” เราสามารถช่วยและรักคนที่เรารู้ว่าเขากำลังต่อสู้อยู่กับโรคซึมเศร้า และให้เขารู้ว่าเราอยู่กับเขาเสมอ

          จากข่าวการเสียชีวิตของ “โรบิน วิลเลียมส์” เป็นกระแสสังคมของโลก ผู้ที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าได้เผยถึงการต่อสู้อาการป่วยทางจิตของตัวเองกับเพื่อน และสังคมออนไลน์มากขึ้น สังคมโลกคงจะได้ตระหนักถึงภัยคุกคามและความเลวร้ายของโรคซึมเศร้า และมีความรู้ที่จะรับมือและช่วยเหลือตนเองหรือผู้อื่นได้มากขึ้น

          ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว ของ “โรบิน วิลเลี่ยมส์” หลับให้สบาย เราจะคิดถึงคุณ

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน:

บุคคล/องค์กรสำคัญ: