ความเข้มแข็งของฉันอยู่ที่ใด Where is my Strength?

-A +A

           ในประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับผมแล้วนี่เป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของปี ฤดูหนาวผ่านพ้นไปแล้ว อากาศหนาวเย็นจางหายไป และตอนนี้เรามีความอบอุ่นและแสงตะวัน ชีวิตใหม่กำลังผลิออกมารอบๆ ตัว ต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ มีสีเขียวและสีสันสวยงามอื่นๆ โห! ผมรักฤดูใบไม้ผลิจังเลย

           ปีนี้ผมตัดสินใจปลูกต้นมะเขือเทศ ผมชอบมะเขือเทศแก่จัดเด็ดสดจากต้น นานเหลือเกินแล้วที่ผมไม่ได้ทำสวน ผมไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังทำอยู่ แต่ผมไปซื้อต้นกล้ามะเขือเทศมาเองเลย ผมไม่ได้เริ่มจากเมล็ดพันธุ์ แต่เริ่มจากต้นกล้า ดังนั้นเมื่อผมปลูกต้นมะเขือเทศนั้น มันพร้อมจะโตกันแล้วแต่ว่าต้องการความช่วยเหลืออยู่บ้าง

           ความจริงเรื่องนี้ก็คือ เจ้าต้นมะเขือเทศของผมนั้นไม่สามารถจะยืนต้นได้ด้วยตัวมันเอง มันต้องการความช่วยเหลือ  

           ผมคิดว่านี่มีความหมายมากสำหรับมนุษย์เราเช่นกัน เราอยากที่จะเข้มแข็ง และพยายามที่จะเข้มแข็ง แต่เราอาจต้องการความช่วยเหลือบ้าง 

           คุณกับผมก็สามารถจะเข้มแข็งได้ บางครั้งเราก็เข้มแข็งกว่าที่เรารู้สึก ความเข้มแข็งของเราแท้จริงแล้วอยู่ในความคิดจิตใจของเรา และคุณก็เข้มแข็งได้เท่าที่คุณรู้สึก ถ้าคุณคิดไปในทางหนึ่ง คุณรู้สึกเข้มแข็ง ถ้าคุณคิดไปในอีกทางหนึ่ง คุณรู้สึกอ่อนแอ ในวันวันหนึ่ง เราอาจรู้สึกเข้มแข็งหรืออ่อนแอก็ได้

           อะไรเป็นเหตุให้ความรู้สึกของเราเปลี่ยนแปลง สิ่งหนึ่งก็คือ เวลา ยิ่งเราต้องเข้มแข็งนานเท่าไร เราก็ยิ่งจะรู้สึกอ่อนแอ คือเหนื่อยล้านั่นเอง เมื่อครอบครัวหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งอยู่ในความเครียดเป็นเวลานานประมาณหนึ่ง เขาจะรู้สึกอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ลองยกของหนักๆ ดูสิ คุณอาจจะยกขึ้นมาได้ คุณยกขึ้นมา เอาละ คุณแข็งแรง แต่ลองยกของหนักนั้นไว้สักพักหนึ่ง แล้วคุณจะคิดเลยทีเดียวว่ามันหนักขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แล้วมันไม่ได้หนักขึ้นหรอก เราอ่อนล้าลงและเหน็ดเหนื่อยนั่นเอง ผมทราบว่าหลายครอบครัวและหลายคนได้ประสบกับสิ่งนี้

           อีกสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้เรารู้สึกอ่อนล้าก็คือ กรอบความคิดเราเอง ถ้าเราอยู่ในช่วงเวลาที่ชีวิตเรามีความเครียดมาก และเราก็ทำสิ่งซ้ำๆ เราก็รู้สึกอ่อนล้าลงเรื่อยๆ เราจึงพ่ายแพ้ที่จิตใจ คุณอาจตัดสินว่าตนเอง เข้มแข็งหรืออ่อนแอโดยเปรียบเทียบกับผู้อื่น คุณเชื่อว่าคุณไม่ได้เข้มแข็งเหมือนเขา บางทีอาจมีใครเคยบอกว่าคุณอ่อนแอ  ไม่เข้มแข็งพอ ถ้าคุณเชื่อเขา คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าที่จริงคุณเข้มแข็งเพียงไร เมื่อบางเหตุการณ์หรือความยากลำบากบางประการเกิดขึ้นซ้ำๆ เราจะรู้สึกท้อถอย ในจิตใจเราตอนนั้น เราก็จะอ่อนล้า เมื่อความหวังสูญสิ้นไป ความเข้มแข็งก็สิ้นสูญไปด้วย

           เหมือนดั่งต้นมะเขือเทศที่ต้องการเสาหลักเพื่อช่วยให้ตั้งต้นตรงอยู่ได้ เราก็ต้องการคนอื่นมาช่วยเราให้ยืนอยู่ได้เช่นกัน เพื่อนเรา และครอบครัว ช่วยเราให้มองเห็นเหตุการณ์ และสภาวะตามที่เป็นจริงได้ ด้วยความช่วยเหลือของเขาเหล่านั้น เรารู้ว่าทุกสิ่งไม่ได้สิ้นหวัง และเราก็สามารถจะลุกขึ้นยืนสู้ต่อไปได้ เพราะว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์อย่างที่เราเจอ พวกเขาจะมองภาพรวมได้ดีกว่า เรา ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจกัน ให้ความหวัง และความเข้มแข็งแก่กัน 

           ความศรัทธา ศาสนาของผมช่วยให้ผมเข้มแข็ง ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาใด หวังว่าคุณจะพบความเข้มแข็งในศาสนานั้นด้วย สิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับชีวิต สิ่งซึ่งเราเชื่อเกี่ยวกับเรื่องคุณค่าของเรา คุณค่าของเรานั้นจะมอบความเข้มแข็งให้แก่เรา การที่เรารู้ว่ามีบางสิ่งยิ่งใหญ่กว่าเรา จะช่วยให้ความหวังและความเข้มแข็งแก่เรา

           พระเยซูคริสต์ของผมมอบความเข้มแข็งให้แก่ผม แท้จริงแล้วพระองค์ตรัสกับผมผ่านทางพระคัมภีร์ไบเบิ้ล อันเป็นหนังสือศักดิ์สิทธิ์ของผมว่า เมื่อใดผมอ่อนแรง พระองค์ทรงเข้มแข็ง ผมไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา เพราะว่าพระเยซูคริสต์ของผมทรงเข้มแข็งเพื่อผม

           เมื่อคุณอยู่ในจุดที่อ่อนล้าสุดสุด คุณหันไปหาเพื่อนของคุณได้ เมื่อคุณรู้สึกว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว หันไปหาใครสักคน หรือสิ่งใดก็ได้ที่จะทำให้คุณรู้สึกมีคุณค่าและรู้สึกดี เมื่อคุณไร้สิ้นความเข้มแข็ง คุณอาจจะต้องการให้นักวิชาชีพช่วยเหลือ ผู้ให้การปรึกษาที่ดี จะสามารถช่วยเราให้กลับมารู้สึกเข้มแข็งได้อีกครั้ง

           ทำไมเราจึงจำเป็นต้องได้รับสิ่งเหล่านี้? เพราะว่าโดยลำพังตัวมนุษย์เราเองนั้น เรามีความเข้มแข็งจำกัด  เมื่อบางสิ่งมีอยู่อย่างจำกัด ก็อาจจะใช้หมดไปได้ เราไม่ได้มีพลังอำนาจสูงสุดรอบด้านอย่างพระเจ้าตลอด แต่ความเข้มแข็งนั้นมีอยู่สำหรับคุณ ผมหวังว่าคุณจะมีความเข้มแข็งที่คุณจำเป็นต้องมีสำหรับวันนี้

           เพลงโปรดของผมเพลงหนึ่งมานานแล้ว ก็คือ เพลง Bridge Over Troubled Water (สะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน) โดย ไซมอน และการ์ฟังเคิ่ล ผมหวังว่าคุณจะชอบเนื้อร้อง และเนื้อร้องนี้จะให้ความหวังแก่คุณ ผมอยากจะเป็นสะพานนั้นให้คุณ ...

 

 

“Bridge Over Troubled Water” 
by SIMON & GARFUNKEL

When you’re weary, feeling small,

When tears are in your eyes, I will dry them all;

I’m on your side. When times get rough

And friends just can’t be found,

Like a bridge over troubled water

I will lay me down.

Like a bridge over troubled water

I will lay me down.

 

When you’re down and out,

When you’re on the street,

When evening falls so hard

I will comfort you.

I’ll take your part.

When darkness comes

And pain is all around,

Like a bridge over troubled water

I will lay me down.

Like a bridge over troubled water

I will lay me down.

 

Sail on silver girl,

Sail on by.

Your time has come to shine.

All your dreams are on their way.

See how they shine.

If you need a friend

I’m sailing right behind.

Like a bridge over troubled water

I will ease your mind.

Like a bridge over troubled water

I will ease your mind. 

“สะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน” 
โดย ไซมอน และ การ์ฟังเคิ่ล

เมื่อเธออ่อนล้า รู้สึกกระจ้อยร่อย

เมื่อน้ำตาเอ่อนอง ฉันจะซับให้แห้งหาย

ฉันจะอยู่เคียงข้าง เมื่อถึงยามยากลำบาก

มิตรทั้งหลาย หาไม่มี

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

ฉันจะทอดร่างลง

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

ฉันจะทอดร่างลง

 

เมื่อเธอสิ้นไร้แล้วทุกอย่าง

เมื่อเธอร่อนเร่ไปตามถนน

เมื่อค่ำคืนโถมถั่งลงมา 

ฉันจะคอยปลอบประโลม 

ฉันจะรับทุกข์นี้แทน

เมื่อความมืดกล้ำกราย 

ความรวดร้าวกลุ้มรุม

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

ฉันจะทอดร่างลง

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

ฉันจะทอดร่างลง  

 

โลดแล่นไปเถิด สาวน้อย 

ไปให้แสนไกล

เวลาของเธอมาส่องใสแล้ว 

ความฝันทั้งมวลของเธอกำลังเรียงรายเข้ามา

ดูเถิดฝันเหล่านั้นทอแสงสุกใสเพียงใด

และหากเธอต้องมีเพื่อนสักคน

ฉันล่องมาเบื้องหลังนี่เอง

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

จะให้เธอสบายใจ

ดั่งสะพานเหนือสายน้ำปั่นป่วน 

จะให้เธอสบายใจ

 

 

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: