โรคติดพนันในวัยรุ่น (Adolescent pathological gambling) | สมาคมสายใยครอบครัว

โรคติดพนันในวัยรุ่น (Adolescent pathological gambling)

-A +A

           การพนันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะด้านสมอง  งานวิจัยด้านการแพทย์ระบุชัดเจนว่าการพนันเป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็กและเยาวชนได้อย่างถาวร องค์การอนามัยโลกกำหนดให้พฤติกรรมติดการพนันเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological Gambling หรือ โรคติดพนัน ซึ่งผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ยังคงต้องเล่นต่อไป

           งานวิจัยทบทวนเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวจากการพนัน พบข้อมูลที่ยืนยันว่า การพนันไม่ใช่แค่เกมสนุก แต่เป็นเกมที่สามารถทำลายสมองของเด็กได้อย่างถาวร สถาบันวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพจิตในอเมริกา (National Institute of Mental Health) โดย Ernts และคณะ ได้ศึกษาโครงสร้างสมองของวัยรุ่นด้วยการถ่ายเอ็กซเรย์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) พบว่า สมองของวัยรุ่นยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ชี้ให้เห็นว่า ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเป็นวัยที่ยังขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งสมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการคิดที่ใช้เหตุผล (Prefrontal Cortex) จะพัฒนาสมบูรณ์ในช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป ถ้าวัยรุ่นหมกมุ่นหรือติดการพนันจะส่งผลให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ไม่เพิ่มเนื้อสมอง สมองส่วนหน้าจะไม่พัฒนาอย่างถาวรและยังอาจถูกคัดทิ้ง (Pruning) เพราะไม่ได้ใช้งาน ส่งผลต่อระบบคิดและพฤติกรรมที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต คือ จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่อดทนรอความสำเร็จ หวังได้เงินมาอย่างง่ายๆ และรวดเร็ว

           การพนันเป็นเกมที่ยั่วยุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกได้มาก ไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ในสถานการณ์ที่ได้หรือเสีย ดังนั้นเด็กและเยาวชนจึงเป็นช่วงวัยที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะติดการพนันได้ง่ายและถอนตัวได้ยาก สาเหตุที่วัยรุ่นติดการพนันได้ง่ายมีดังนี้

  1. สื่ออินเตอร์เน็ตออนไลน์ มีโฆษณามากมายบนโลกอินเตอร์เน็ตเพียงแค่คลิกก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้อย่างง่ายดาย
  2. เพื่อน เพื่อนเป็นคนแนะนำให้เล่น และวัยรุ่นมีแนวคิดลองเล่นดูดีกว่า
  3. ร้อนเงิน หรือ มีความต้องการวัตถุตามสมัยนิยมสูง
  4. ปัญหาครอบครัวเกิดจากการที่ต้องการประชดพ่อแม่ หนีออกนอกบ้านและหาเงินใช้เอง บางคนหาทางออกด้วยการไปเล่นพนันทำให้ติดหนี้ 

           นอกจากนี้เด็กและเยาวชนยังเข้าถึงแหล่งพนันได้ง่าย จากการจัดวงโฟกัสกรุ๊ปเยาวชนที่มีประสบการณ์ด้านพนัน (เมษายน 2554) มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์  พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ที่เล่นการพนันมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยการพนัน เช่น มีโต๊ะสนุกอยู่ใกล้บ้าน และในร้านสนุกเกอร์ก็มักจะมีตู้ม้าอยู่ด้วยเสมอ ในร้านสะดวกซื้อซึ่งตั้งอยู่ทุกหนทุกแห่งมักมีนิตยสารฟุตบอลที่บอกอัตราแต้มต่อสำหรับเล่นพนันฟุตบอล ตามมหาวิทยาลัยมีโต๊ะบอลตั้งอยู่รอบๆ มีเด็กเดินโพยบอลไปชวนเล่นพนันบอลถึงในมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้คนทั่วไปรับรู้ แต่ก็ปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไป

           ผลกระทบของการพนันต่อเด็กและเยาวชน คนในครอบครัว และความมั่นคงของสังคมในวงกว้าง  มีแสดงไว้ในแผนภาพ

 

 

           ผลกระทบจากการพนัน ซึ่งทำให้หลายคนต้องเดินเข้าสู่ด้านมืดของสังคมอย่างไม่มีทางเลือก เหตุการณ์ที่บีบคั้นคือการติดหนี้พนันและถูกข่มขู่ให้หาเงินมาใช้หนี้ เด็กเยาวชนผู้ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้จึงหาทางออกด้วยการทำ สิ่งที่ผิดกฎหมายโดยมีผู้ใหญ่ชี้ช่องทางให้ (มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์, ตุลาคม 2554)   ผลการวิจัยจากสหรัฐอเมริการะบุว่า 1 ใน 4 ของเยาวชนที่ติดการพนันมาจากครอบครัวที่มีพ่อแม่เล่นการพนัน เฉพาะกลุ่มที่ติดการพนันอย่างหนักมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงถึงร้อยละ 20 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น

           ในต่างประเทศมีรูปแบบบริการป้องกันและแก้ไขปัญหาติดการพนันโดยเฉพาะ เพราะจัดว่าการติดพนันเป็นเรื่องผิดปกติ โดยบริการประกอบด้วยบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง บริการให้คำปรึกษาผ่านอินเตอร์เน็ตรูปแบบโปรแกรมบำบัดและฟื้นฟูผู้มีปัญหาติดการพนัน ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีปัญหาและครอบครัว และศูนย์บำบัดและฟื้นฟูเฉพาะผู้มีปัญหาติดการพนัน

           ในประเทศไทยการจัดเก็บข้อมูลผลกระทบจากการพนันยังมีน้อยมาก เพราะคนไทยยังมองว่าการติดพนันเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องเริ่มตั้งแต่การปรับทัศนคติ ให้ความรู้ และทำให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของมัน ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยจำเป็นต้องควบคุมการพนันอย่างจริงจัง และป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการพนันได้ง่าย โดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 

  1. พ.ร.บ.พนัน พ.ศ. 2478 ต้องแก้ไขให้สามารถปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการพนันที่มากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น พนันออนไลน์ พนันด้วยการเสี่ยงโชคทางโทรศัพท์มือถือ (SMS)  เป็นต้น
  2. กฎหมายพนันควรมองเด็กและเยาวชนที่เล่นการพนันว่าเป็นเหยื่อที่ถูกแสวงประโยชน์ มิใช่ผู้กระทำผิดฐานเล่นพนัน
  3. การสร้างเกมพนันใหม่ๆ ขึ้นในสังคม ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะกับเด็ก และเยาวชน
  4. การบริหารจัดการรายได้ที่เกิดจากการพนันเพื่อลดผลกระทบจากการพนัน ซึ่งอาจดำเนินงานในลักษณะกองทุนที่เป็นอิสระ
  5. มาตรการปราบปรามจับกุมธุรกิจพนันอย่างจริงจัง

           ปัจจัยที่ทำให้การพนันในสังคมไทยเพิ่มอย่างรวดเร็ว มีทั้งแรงกดดันจากภายนอก เห็นได้จากประเทศรอบข้างเราเปิดบ่อนกาสิโนมากมาย และคาดการณ์ว่าใน  ปี 2015 ตลาดกาสิโนในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นจาก 29% เป็น 43% ปัจจุบันพบว่าการพนันอยู่คู่กับคนไทยประชาชนจำนวนครึ่งหนึ่งของประเทศ 32 ล้านคนเคยเล่นการพนัน (พินิจ, 2554) ที่น่าเป็นห่วงคือ ประมาณ 1.6 ล้านคนติดการพนันซึ่งเป็นปัญหาสังคมและปัญหาสุขภาพจิต

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: