ชมรมเพื่อนไบโพลาร์ (Bipolar Friend Club)

-A +A


 

ชมรมเพื่อนไบโพลาร์  ทุกวันเสาร์ที่ 4 ของเดือน

  • ชมรมเพื่อผู้มีประสบการณ์ตรงกับโรคไบโพลาร์ (อารมณ์สองขั้ว) รวมทั้งญาติ เพื่อน และผู้สนใจ เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับโรค วิธีการดูแลรักษา และส่งเสริมศักยภาพของผู้ป่วย
  • เป็นศูนย์ประสานงานการจัดกิจกรรม การประชุมของสมาชิกชมรม และเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไบโพลาร์ให้คนทั่วไปเข้าใจมากขึ้น

 Facebook:  ชมรมเพื่อนไบโพลาร์ Bipolar Friend Club

 

    

 

          โรคไบโพลาร์ หรือที่เรียกว่า โรคอารมณ์สองขั้ว เป็นโรคทางจิตเวชที่แสดงอาการและพฤติกรรมผิดปกติจากอารมณ์ มีอาการเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงอารมณ์พุ่งสูง (Mania) จะร่าเริง กล้า มีพลังมาก มั่นใจในตัวเองสูง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย สลับกับช่วงอารมณ์ดิ่งเศร้า จะเบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่มีความสุข มองเห็นตนเองไม่มีคุณค่า

          พบโรคนี้ได้ถึงประมาณ 1.2% ของประชากร นั่นคือ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 7 แสนคน ส่วนใหญ่เริ่มเป็นในช่วงอายุ 15-24 ปี แต่สามารถพบได้ตั้งแต่เด็ก 5-6 ขวบ จนถึงวัยชรา 80 ปี

          โรคนี้ทั้งหญิงและชายมีโอกาสเป็นได้เท่าๆ กัน มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉันอย่างถูกต้อง จึงทำให้กว่าจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ก็เกิดความเสียหาย ต่อผู้ป่วยและครอบครัวอย่างใหญ่หลวงแล้ว

          ขณะเมื่ออยู่ในอาการป่วย ผู้ป่วยส่วนมากไม่รู้ว่าตนต้องการการช่วยเหลือและการรักษา คนใกล้ชิดก็มักไม่รู้ว่าเป็นอาการของโรค อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปต่างๆ นานา ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับโรค ประกอบกับการสังเกตพฤติกรรม และความตระหนักของญาติและคนใกล้ชิด จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะเปิดหนทางให้กับผู้ป่วยได้รับการรักษา

          การต่อสู้กับความเป็นจริง การยอมรับการเจ็บป่วย การยินดีรับการรักษา ความอดทนต่อความทุกข์ที่เกิดจากอาหารของโรค ล้วนต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างและพลังใจจากภายในตนเอง

          การมีกลุ่มเพื่อนที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีประสบการณ์ตรงกับโรค เป็นกัลยาณมิตรร่วมทางในการฟันฝ่าอุปสรรค จากการเจ็บป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ จึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับท่าน

          เราจึงเชิญชวนท่านที่กำลังประสบกับการเป็นโรคไบโพลาร์ทุกระยะ ญาติพี่น้อง เพื่อน และผู้ที่อยากเป็นกำลังใจให้กับผู้อื่น มาร่วมพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน สร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย ชุมชน และสังคม ดังคำขวัญของชมรม

          Bright or Blue, You still survive.

          จะสุขหรือเศร้า เราจะก้าวต่อไป
          เพื่อชีวิตที่มีคุณค่าและความหมาย