ครอบครัว แม้ส่งผลกระทบ แต่ก็ช่วยเยียวยาได้

-A +A

ในระหว่างยี่สิบกว่าปีที่ได้ดูแลผู้ป่วยจิตเวช ส่วนใหญ่จะเป็นการมุ่งรักษาผู้ป่วยเพื่อให้เขาหายหรือดีขึ้น โดยมีพ่อแม่หรือสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ดูแล บางทีก็มาให้ข้อมูล บางทีก็มาขอทราบข้อมูล คำแนะนำ เพื่อไปประกอบการดูแลผู้ป่วย มีส่วนน้อยที่จะมีโอกาสและสามารถมองเห็นผู้ป่วยในระบบครอบครัวและทำงานแบบระบบ โดยอาศัยความรู้จากตำราจิตบำบัดครอบครัว ของอาจารย์แพทย์หญิง อุมาพร ตรังคสมบัติ ที่เขียนดีมาก เสียดายที่ในวงการสุขภาพจิตและจิตเวชประเทศไทย ยังไม่ได้พัฒนาบุคลากรให้เรียนรู้ เข้าใจ และมีทักษะในการมองเห็นความเป็นระบบในครอบครัว และทำจิตบำบัดครอบครัวได้

          ดิฉันได้รับการส่งต่อผู้ป่วยหญิงวัยรุ่น 3 คน ที่จิตแพทย์เด็กได้ดูแลพวกเขามานาน แต่อาการของทั้ง 3 คน นับวันมีแต่จะรุนแรงขึ้นๆ ต้องพักการเรียน ย้ายโรงเรียน ความรุนแรงของอาการก้าวร้าวเป็นเรื่องยากที่แม่คนเดียวจะรับมือไหว พ่อของทั้ง 3 คน ล้วนนอกใจภรรยา

          พ่อคนหนึ่งได้ตัดความสัมพันธ์นอกสมรส กลับมาหาลูก ในที่สุดครอบครัวนี้ได้รับการซ่อม สานความสัมพันธ์ แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่เหมาะสม ภารกิจของครอบครัวในการตอบสนองความต้องการของสมาชิก และส่งเสริมพัฒนาการของทุกคนก็เดินหน้าต่อไป ช่วงนี้กำลังปรับลดยาที่ใช้ได้ เพื่อควบคุมอาการมานาน ซึ่งมีผลข้างเคียงต่อการเรียน

          พ่ออีกคนกำลังอยู่ในช่วงงุนงงว่า อาการที่ประหลาดๆ แล้วมาก้าวร้าว จนที่จะฆ่าตัวตายของลูกนั้น มีความเกี่ยวข้องกับการที่ตนละทิ้งครอบครัวไปอยู่กับหญิงอื่นอย่างไร พ่อเห็นว่าตนเป็นพ่อที่ทำงานและมีสังคมกว้าง มีการตำหนิต่อว่าแม่ที่ไม่สามารถดูแลลูก แม่ขอร้องให้สามีเลิกการกระทำนอกใจ และเกิดบรรยากาศตึงเครียดในครอบครัวมานานแล้ว เพิ่งเป็นครั้งแรกที่พ่อได้ยินสิ่งที่พรั่งพรูออกมาจากก้นบึ้งหัวใจลูกว่า ตั้งแต่เด็กรอคอยพ่อกลับมาบ้าน รอๆ..... ไม่มีความหมาย หนูจึงหันมาตั้งใจเรียน เรียนอย่างหนัก คิดว่าหากหนูเรียนเก่ง พ่ออาจจะกลับมาชื่นชม แต่มันไม่เกิดขึ้น มันจึงไม่เอาแล้ว ทั้งพ่อทั้งแม่ ใจมันปิดแล้วสำหรับพวกเขา หนูจึงมีแต่เพื่อนเท่านั้น

          ส่วนพ่ออีกคนมีความชัดเจนแล้วว่า พ่อตัดสินใจอยู่กับเมียใหม่ที่เขามีลูกด้วย ลูกคนนี้ยังเล็ก พวกเธอโตกันหมดแล้ว ออกไปจากชีวิตของครอบครัวใหม่ที่พ่อจะต้องรับผิดชอบ

          ลูกสาวคนหนึ่งจากครอบครัวที่ 3 เกิดอาการกินอาหารมาก แล้วล้วงคอให้อาเจียน (Bulimia nervosa) เธอมีอาการมาตั้งแต่เริ่มเข้าวัยรุ่นใหม่ๆ การอาเจียนบ่อยๆ ทำให้ฟันหน้าของเธอสึกจากกรดที่ออกมาจากกระเพาะเธอสะสมและกินยาระบาย ครั้งละกว่า 200 เม็ด เพื่อลดน้ำหนัก ผ่าตัดเสริมหน้าอก เพราะไม่พอใจรูปร่างที่เป็นอยู่ ในใจลึกๆ อยากแข่งกับเมียน้อยพ่อ บางช่วงก็มีอาการก้าวร้าว ระแวง หูแว่ว บางทีก็เศร้า คิดฆ่าตัวตาย ไปเดินห้างซื้อของมาเต็มบ้าน ไม่เคยมีช่วงที่มีความสุข เธอจะแวะเวียนกลับไปหาพ่อ อยากรักษาสายสัมพันธ์ของครอบครัวเอาไว้ เรียกร้องให้แม่แสดงความใส่ใจเยื่อใยที่ยังมีให้พ่อบ้าง กดดันให้แม่กลับไปต่อสู้เพื่อให้ได้ครอบครัวกลับมาบ้าง

          เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่อยู่ในความดูแลของจิตแพทย์ เด็กและแม่ของเธอที่ได้ร่วมกัน ช่วยกันควบคุมอาการทางอารมณ์ การกิน การอาเจียน ควบคุมพฤติกรรม อาการทางจิต คอยดูแล ป้องกัน เพื่อให้เธอปลอดภัย บางครั้งเธอก็เรียกร้องให้พ่อมาเยี่ยมในยามที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สำเร็จ แม่ของเธอเป็นคนที่ต้องรองรับอารมณ์ความผิดหวังของเธอที่แสดงออกอย่างรุนแรง

          การควบคุมอาการเหล่านี้ให้ทุเลาลง เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก แล้วเธอจึงถูกส่งต่อเพื่อมาทำงานกับดิฉัน ตอนนี้เธออยู่กับผลกระทบของปฏิกิริยาตอบโต้ ต่อสู้ เรียกร้อง เพื่อจะได้ครอบครัวที่เธอถือกำเนิดมา เธอต้องออกมาจากวิถีการเรียนระบบปกติ รอยแผลผ่าตัด กับสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติเดิมที่เป็นของเธอ เธอมักบอกว่า ตัวเองเป็น บูลิเมีย

          ทุกครั้งที่เธอเห็นตัวเอง ได้ยินเรื่องราวของเมียน้อยพ่อและไม่สบายใจ ก็จะมีอาการคลื่นไส้ จะอาเจียน ในขั้นต้นดิฉันรับฟังเรื่องราวจากเธอแล้ว ก็พยายามให้เธอมีความสัมพันธ์กับร่างกายของเธอ ดูความเชื่อมโยงระหว่างอารมณ์ อาการ ความไวของร่างกาย แม้ไม่ง่าย ในที่สุดเธอก็สงสารร่างกาย อยากดูแลและตระหนักว่า เธอไม่ใช่ บูลิเมียแต่ร่างกายมีกลไกที่จะดูแลชีวิต

          การทำงานในขั้นตอนต่อมา ช่วยให้เธอได้ตระหนักถึงการพยายามต่อสู้ของเธอ พลัง ศักยภาพ ที่เธอมี ความหมายของครอบครัวที่เธอให้คุณค่ามาก ความสูญเสียฮีโร่ สูญเสียภาพฝัน และชีวิตที่เป็นของเธอเอง ดิฉันเชิญชวนให้เธอมองหาตัวเธอเอง ตั้งเป้าหมายชีวิตของเธอทีละขั้น ดูเหมือนบูลิเมียได้จากเธอไป แต่ครอบครัวและเป้าหมายชีวิตยังวนเวียนอยู่รอบๆ วิถีชีวิตของเธอ เธอยังคาดหวังให้แม่ของเธอทำบางอย่างเพื่อให้พ่อรู้สึกดีกับแม่และลูก เมื่อไม่ได้ดั่งใจ เธอก็มีอาการคลื่นไส้ การทำการแยกชีวิตของเธอออกมาจากความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ การแยกชีวิตของเธอให้เป็นตัวของตัวเอง เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ในที่สุดตัวของเธอ อนาคตของเธอก็ค่อยๆ ชัด เป็นประเด็นที่ได้นำมาพูดคุย เป็นสิ่งที่แม่ของเธอได้ขวนขวายหาทางสนับสนุน จนในที่สุดก็ถึงวันที่เธอเรียนจบ วันรับปริญญา แม้จะผิดหวังนิดๆ ที่พ่อมาเพียงถ่ายรูปร่วมแล้วก็รีบกลับไป แต่เธอไม่มีอาการอะไร

          ในช่วงการรักษาเพื่อกลับมาสู่สุขภาวะ เธอเติบโตขึ้น ยาที่ใช้หลายขนน ก็ค่อยๆ ลดลง จนในที่สุดเมื่อเธอมีความฝันว่า จะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ การหยุดยาได้ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่จะทำให้แม่ของเธอมั่นใจว่าให้เธอไปเรียนได้ เธอจึงขอหยุดยาและใช้ชีวิตอย่างที่เธอปรารถนา คือ ทำงานและเรียนภาษาอังกฤษ วันนี้ความฝันของเธอเป็นจริงแล้ว เมื่อพลังของเธอถูกนำกลับมาเพื่อให้เธอใช้รับผิดชอบชีวิตของเธอ ตามปรารถนาของเธอ

          แม่เป็นคนสำคัญที่โอบอุ้มชีวิตน้อยๆ จนเติบใหญ่ แข็งแรง น่ารัก แม้จะทุกข์หนักกับเรื่องราวชีวิตสมรสของตน ก็สู้ทนรับมือกับสิ่งที่เข้ามารอบด้าน เพื่อประคับประคอง ช่วยให้ลูกผ่านวิกฤตไป ต้องอยู่เคียงข้างและคอยสนับสนุนไปจนกว่าลูกจะไปถึงฝัน เพิ่งผ่านวันแม่มา จึงอยากเชิดชู แม่ผู้มี รักที่ยิ่งใหญ่

 

            พ่อนั้นก็สำคัญในฐานะหัวหน้าครอบครัว สิทธิอำนาจของการเป็นพ่อนั้นมีคุณค่ามากต่อการสร้างครอบครัว ความผาสุก การเติบโต ความมั่นคงทางใจของทุกคน เมื่อผิดพลาดไปในฐานะคนคนหนึ่ง ก็สามารถหันกลับมากอบกู้ครอบครัวและคนที่รักได้อย่างประทับใจ

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน:

บุคคล/องค์กรสำคัญ: