การใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ หรือ มีภาวะสมองเสื่อม

-A +A

 

 

         การใช้ชีวิตร่วมกับคู่สมรสหรือบิดามารดาสูงอายุที่มีอาการอัลไซเมอร์ นอกเหนือจากการเจ็บป่วยทางร่างกายจากความเสื่อมตามอายุไขนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นงานที่ใช้เวลาแทบทั้งหมดที่คุณมีและอาจทำให้หมดพลังได้ง่าย ดังนั้นการสร้างทีมผู้ดูแลหรือให้ความช่วยเหลือแทนที่จะทำทุกอย่างเพียงคนเดียวนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทีมผู้ช่วยเหลือกลุ่มนี้สามารถเข้ามาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันดูแลคู่สมรสหรือบิดามารดาของคุณ เพื่อให้คุณมีเวลาพักผ่อนบ้าง

         สำหรับคู่สมรสสูงอายุแล้วการมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก โชคดีที่ประเทศไทยนั้นมีระบบสาธารณสุขที่ยอดเยี่ยม ทว่าในขณะที่ความต้องการทางกายภาพนั้นสามารถบำบัดด้วยโดยการปรึกษาแพทย์ พบผู้เชี่ยวชาญและรับยารักษาโรคที่มีคุณภาพ

         สุขภาพจิตที่ดีของผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์นั้นก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม้ว่าเพียงไม่กี่นาที ผู้ป่วยอาจจำไม่ได้ว่าได้รับการดูแลด้วยความรักเอาใจใส่อย่างดี ในฐานะผู้ดูแลผู้ป่วย(ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรสหรือสมาชิกในครอบครัวก็ตาม) เป็นเรื่องหนักหนาทีเดียวที่ต้องทนฟังคำถามและคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ฟังดูไม่เข้าท่าซ้ำๆ ซากๆ หรือบางครั้งอาจถึงขั้นแสดงความก้าวร้าวต่อผู้ดูแล

         สุขภาพจิตของเราเองอาจได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมหรือคำพูดของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ได้ ดังนั้นการมีสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ เป็นผู้รับฟังปัญหาและสะท้อนความคิดของคุณบ้าง เพื่อลดความกระวนกระวายใจและแบ่งเบาภาระจากการดูแลคู่ครองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากคุณไม่ระบายความอัดอั้นตันใจที่คุณมีออกมาก็ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเป็นปากเป็นเสียงให้คุณ

         การร้องเพลงเก่าๆ ที่คุ้นเคยกับคู่สมรสของคุณอาจเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดทางอารมณ์ได้เป็นครั้งคราว แต่อย่างไรก็ดีจะมีจุดหนึ่งที่ผู้ป่วยไม่สามารถร่วมร้องเพลงได้อีกต่อไป และมีความสามารถในการคิดและเคลื่อนไหวน้อยลงไปเรื่อยๆ การทำงานฝีมือหรือเล่นเกมส์ที่ใช้ลูกบอลจะช่วยให้ผู้ป่วยกระฉับกระเฉงมากขึ้น การดึงเขาเหล่านั้นเข้ามามีส่วนร่วมเล่นเกมส์หรือการอ่านหนังสือพิมพ์ให้ผู้ป่วยฟังอาจเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ การรักษาจิตใจของผู้ป่วยให้มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอนั้นเป็นยาต้านความเสื่อมของโรคที่ดีที่สุด

         ในฐานะเป็นคู่สมรสที่มีสุขภาพดีของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ คุณจะรับมือกับผลกระทบทางอารมณ์ต่อจิตใจของคุณเองได้อย่างไร? คุณจะรักษาการติดต่อกับสังคมภายนอกได้อย่างไร? คุณจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและพักผ่อนให้เพียงพอได้อย่างไร? คุณจะปกป้องตัวเองจากอาการซึมเศร้าหรือหมดพลังได้อย่างไร? คุณจะเติมเต็มความต้องการส่วนตัวได้อย่างไร? คุณจะเติมเต็มความต้องการทางเพศของคุณเองอย่างไร? คุณได้พูดคุยกับคู่สมรสของคุณก่อนเริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ว่าจะรับมือกับประเด็นที่ได้กล่าวไปแล้วอย่างไร? คำถามเหล่านี้มักไม่มีคำตอบเมื่อผู้ป่วยอยู่ในบ้านของคุณเอง

         แม้ในขณะที่คุณยังอยู่ในสถานภาพสมรส และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ครอง ถึงจุดหนึ่งคุณควรเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการรับมือกับความเสื่อมตามอายุขัย และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มมีอาการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หากคุณเป็นผู้ที่ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ คุณจะอยากให้คู่สมรสดูแลคุณอย่างไร? ในทางกลับกันหากคู่ครองของคุณเป็นฝ่ายป่วยเสียเอง เขาจะอยากได้รับการดูแลอย่างไร? หากประสบภาวะหัวใจล้มเหลว คุณ(หรือคู่ครองของคุณ) จะอยากได้รับการกู้ชีพหรือไม่? คุณจะหาเงินค่ารักษาพยาบาลรวมถึงสิ่งจำเป็นต่างๆ จากที่ไหน? ใครจะเป็นคนขับรถในเวลาที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป? ใครจะเป็นคนดูแลธุรกรรมทางการเงินและจัดการเรื่องบ้าน และความต้องการจำเป็นของผู้ป่วย? เมื่อมาถึงจุดที่คุณไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ด้วยตนเองอีกต่อไป ในสังคมรอบๆ ตัวคุณมีทางเลือกอื่นใดอีกบ้าง?

         สิ่งจำเป็นเร่งด่วนของประเทศไทยตอนนี้คือ การช่วยเหลือผู้ดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ การช่วยเหลือนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ดูแล เพราะการที่ต้องรับผิดชอบงานทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว อาจเป็นภาระที่หนักหนาและทำให้หมดกำลังใจได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

 

            คุณเป็นผู้ดูแลคู่ครองที่ป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ หรือเปล่า? ถ้าใช่ จงศึกษาหาความรู้เพื่อทำความรู้จักว่า โรคนี้เป็นอย่างไร และสิ่งใดบ้างที่คุณจำเป็นจะต้องมีในการแบกรับภาระอันหนักหนาสาหัสในการดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยที่รออยู่ สร้างพื้นที่ส่วนตัว (โดยการหาผู้ช่วยดูแลผู้ป่วย) ก่อนที่คุณจะอ่อนล้าจนหมดพลัง รักเพื่อนบ้าน (คู่ครองหรือพ่อแม่)เหมือนรักตัวเอง นั่นหมายถึงการที่คุณได้เติมเต็มความต้องการของตนเองในขณะที่ดูแลผู้อื่น แล้วคุณจึงจะสามารถรักคู่ครองของคุณได้จนตราบชั่วชีวิตจะหาไม่

 

Dick de Koning ที่ปรึกษาประจำศูนย์บริการนิวเคาเซลลิ่งเซอร์วิส www.ncs-counseling.com

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: