เคท: เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ (PEER SPECIALIST)

-A +A

แนะนำตัว

           ชื่อเต็มของฉัน คือ แคทเธอลิน ลอเล็ตโต ฉันทำงานเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ (peer specialist) ที่สมาคมสิงคโปร์เพื่อสุขภาพจิต (Singapore Association for Mental Health) เกือบสองปี ฉันอยู่กับโรคซึมเศร้ามาเกือบยี่สิบปีแล้ว

           ในแง่ประสบการณ์ของการคืนสู่สุขภาวะสมาคมสิงคโปร์เพื่อสุขภาพจิตก็เป็นหุ้นส่วนหนึ่งในการคืนสู่สุขภาวะของฉัน สิ่งที่ช่วยให้ฉันหายดี คือ ยาที่ได้มาจากโรงพยาบาลจิตเวชและการให้การปรึกษาจากสมาคมสิงคโปร์เพื่อสุขภาพจิต จากนั้น ขณะได้รับการให้การปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ให้การปรึกษากับฉันค้นพบความฝันที่สูญหายหลงลืมไปนานแล้วของฉันที่จะทำงานกับผู้ป่วยจิตเวช ช่วยคนที่มีประเด็นเรื่องสุขภาพจิตให้คืนสู่สุขภาวะ ตอนที่เราพบเช่นนั้น สมาคมฯ กำลังเคลื่อนไหวเรื่องเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ ก็เข้ากันพอดี การเดินทางในฐานะเพื่อนผู้มีประสบการณ์ตรงเริ่มขึ้นอย่างนั้น

 

การเตรียมตัวเพื่อทำหน้าที่เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ

           ในด้านการฝึกอบรม สมาคมฯ ได้จัดการอบรมเรื่องการเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญให้ มีวิทยากรมาจากสหรัฐอเมริกา ต่อจากนั้นเขาให้ฉันอบรมในด้านอีซีพีอาร์ ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตด้านอารมณ์ขั้นต้น โดยวิทยากรมาจากสหรัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นการสอนว่าจะช่วยคนที่มีความทุกข์ทางอารมณ์อย่างไร การฝึกอบรมเหล่านี้สำคัญทีเดียว ช่วยเตรียมฉันในการเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญให้มีทักษะพื้นฐาน ว่าจะช่วยคนที่มีความทุกข์อย่างไร และในการทำงานกับคนที่มีโรคจิตเวชก็จะมีความทุกข์เกี่ยวข้องอยู่เสมอ และการลดระดับความทุกข์ลงนั้นสำคัญมาก การฝึกอบรมอย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นอย่างนั้นการอบรมหลักสูตรเพื่อนผู้เชี่ยวชาญสี่วัน ส่วนอีซีพีอาร์สองวัน และการเป็นวิทยากรกระบวนการอีกสี่วัน

           การอบรมที่คิดว่ามีประโยชน์มาก ทำให้ฉันเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญที่ดี ทำงานได้ดีก็คือการฝึกอบรมสองด้าน ในทัศนะของฉัน ด้านหนึ่งเป็นทักษะการทำงานที่นักวิชาชีพอบรมให้ อีกด้านหนึ่ง คือ การฝึกทักษะในการคืนสู่สุขภาวะ ซึ่งสำคัญมาก

           เพื่อให้การฝึกอบรมเกิดผลดีสูงสุด คุณต้องมีอาการเสถียรระดับหนึ่ง เพราะอาการอาจเข้ามารบกวนการฝึกอบรมได้ เวลาความทุกข์เพิ่มระดับขึ้น ในแง่ของสมาธิ ถ้าไม่มีสมาธิ คุณซึมซับสิ่งที่เรียนได้อย่างไร ถ้าไม่ซึมซับคุณจะจดจำได้อย่างไร ความเสถียรนั้นสำคัญมาก

           สิ่งที่ช่วยให้ฉันเสถียรก็คือ การกลับมาสู่เรื่องพื้นฐาน นั่นคือ การจัดการเรื่องยา คุณต้องทำงานกับหมอเพื่อให้ได้ขนาดยาพอเหมาะ เพราะบางครั้งคุณอาจได้รับยามากเกินไป คุณก็จะเนือยเกินไป ไม่ตื่นตัว แต่ถ้าขนาดยาน้อยไป อาการของคุณก็จะสูง 

           การคืนสู่สุขภาวะอีกอย่างหนึ่ง คือ การทำงานกับประเด็นทางจิตวิทยาของคุณ เพราะการจัดการกับสุขภาพจิตมีสองอย่าง ได้แก่ ความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทอันเป็นเรื่องทางกาย และด้านจิตวิทยา ความบอบช้ำทางจิต เราต้องจัดการกับสิ่งเหล่านี้ แล้วยังมีเรื่องกลไกการรับมืออีกด้วย เพราะส่วนใหญ่ทำไมเราจบด้วยการป่วย เพราะเรามีกลไกการรับมือชุดหนึ่ง มีตัวทำให้เครียด รู้สึกท่วมท้นเกินรับมือ นั่นเป็นความมุ่งหมายหนึ่งของการบำบัด ทำงานกับผู้ให้การปรึกษา นักจิตวิทยา ผู้บำบัดจะช่วยให้คุณเรียนรู้กลไกการรับมือใหม่ เมื่อมีอะไรก็ตามเข้ามา คุณก็จะสามารถรับมือได้ สามารถทำบทบาทหน้าที่ได้

           ท้ายที่สุด ระบบสนับสนุนสำคัญมากๆ สำหรับฉันสิ่งที่พบว่ามีประโยชน์ เวลามีความทุกข์ ทำบทบาทไม่ได้ ถ้าฉันสามารถพูดคุยกับบางคนอย่างเสรีได้ คนที่ไว้วางใจได้ พูดได้โดยไม่ต้องกลั่นกรอง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตัดสินหรือพูดอะไรผิด ฉันเพียงแต่เป็นตัวตนที่สับสนของฉันเอง และเพียงแต่ตีแผ่ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร แล้วฉันก็สบายดีอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉันต้องการเวลาเพียงเล็กน้อยแล้วก็จะสบายดีอีกครั้ง

           และแน่นอนทำสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ เราพูดถึงการคืนสู่สุขภาวะ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็คือชีวิตที่มีความหมาย สิ่งที่ฉันต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่หมอของฉันต้องการ หรือสิ่งที่แม่ฉันต้องการ อย่างฉันเมื่อฉันไปรับการอบรม มันยาก ก็คาดไว้แล้วว่ายาก เพราะมีตัวกระตุ้นเยอะ มีผีเก่ามารุม คุณต้องเรียนรู้ที่จะรับมือ เมื่อถูกกระตุ้นในระหว่างการฝึกอบรม

           เพราะฉะนั้นในช่วงนั้นเรามีกลุ่มสนับสนุน สนับสนุนกัน มีกลุ่มศึกษา สิ่งที่ศึกษาไม่ใช่เนื้อหาที่อบรม แต่จัดการเรื่องความทุกข์ทางอารมณ์ ความคิดว่าฉันดีพอไหม ฉันจะสอบผ่านไหม ความกังวลใจธรรมดาๆ ที่หากเกิดแก่คนธรรมดา พวกเขาจะไม่ทำบทบาทผิดพลาด แต่สำหรับคนที่มีประเด็นทางจิตเวช ความคิดความเชื่อหลักที่ว่าไม่ดีพอ ก็ทำให้เราเป็นอัมพาตไปได้ และทำบทบาทไม่ได้ ดังนั้น สิ่งเหล่านั้นมีความสำคัญมากกว่า เมื่อคุณคลี่คลายด้านจิตวิทยาของเพื่อนผู้เชี่ยวชาญลุล่วง สิ่งที่เหลือก็ง่ายๆ แล้ว นี่เป็นแค่อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องทำให้กระจ่าง 

           คุณจะทำอย่างไรเวลาวิตกกังวล อย่างฉัน ฉันกลัวการสอบมาก การสอบสำคัญเหลือเกินสำหรับฉัน เพราะเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเหลือเกิน และกลัวเหลือเกิน ถ้าฉันสอบตก ก็จบกันเลย และฉันต้องยอมแพ้ในการพยายามสอบครั้งแรก เราได้รับโอกาสให้พยายามสามครั้ง และครั้งที่สองฉันสามารถผ่านไปได้ เพียงเพื่อจะพบว่าความกลัวของฉันไม่มีเหตุอันควรกลัวเลย 

           แต่คนที่มีประเด็นสุขภาพจิตก็เป็นอย่างนั้นแหละ คือไม่มีเหตุผล ความกลัวแบบนี้ คนธรรมดาไม่เป็นอะไรเลย แต่สำหรับคนที่มีความวิตกกังวล โฟเบีย กลัว ก็จะเป็นอย่างนี้ นี่คือความเป็นจริงของเรา และนักวิชาชีพหากเข้าใจก็จะโอเคกับเรา แต่เราไม่โอเค นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเราผ่านไปไม่ได้ ..เพราะฉะนั้นนักวิชาชีพสามารถสนับสนุนเราทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เป็นจังหวะให้ระบบสนับสนุนเข้ามา เพียงแต่ช่วยให้เราโอเค

           ที่เราไม่โอเค เพราะไขว่คว้าหาการยอมรับ แต่อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อถึงการคืนสู่สุขภาวะ อุปสรรคเพียงอย่างเดียวก็คือ การยอมรับเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด แต่ก็ยากที่สุดที่เราจะรับ และหลายครั้งเหมือนเราทำงานกับกระจกเงา ที่คนตรงหน้าเราสามารถให้การยอมรับที่เราไม่สามารถให้ตัวเองได้ แล้วอย่างช้าๆ เราสามารถทำตามแบบ สามารถสัมผัสได้ สามารถยอมรับตัวเองได้ โดยพื้นฐานนี่คือสิ่งที่ฉันเห็นว่า จะทำให้อะไรต่างออกไปในแง่การอบรมเพื่อเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ

           ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เราต้องระวังมาก เพราะหากเรามีประเด็น เราก็จะส่งผ่านประเด็นออกไปในงาน เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าสำคัญมากที่เราจะต้องเคลียร์ประเด็นเหล่านี้ ฉันไม่คิดว่าเราจะคลี่คลายให้หมดร้อยเปอร์เซ็นต์ สักเก้าสิบ สักแปดสิบ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ไหม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไร ไม่งั้นคุณจะมี่ปัญหามาก

           เพื่อให้หลุดจากประเด็น แต่ก่อนฉันพยายามทำด้วยตนเอง นานมาก แต่ด้วยนักวิชาชีพเร็วมาก เริ่มด้วย เอชเอ็มเอส ในปี 2011 พอถึงปี 2014 ฉันก็ทำงานแล้ว ก็ประมาณสามปี และนี่ก็ด้วย ฉันคิดว่าในส่วนของฉัน ฉันพร้อม รู้แล้วว่าประเด็นเหล่านี้จะกีดกั้นทาง ฉันจึงต้องทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อถึงตอนทำงานด้วยกัน ฉันก็พร้อมเปิด จึงเร็วมาก เพื่อนผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้ ยิ่งเขาขัดขืน ก็ยิ่งไม่ช่วย ในแง่ของนักวิชาชีพด้วย นี่เป็นทางที่คุณสามารถช่วยได้ คือ การยอมรับ เพราะนักวิชาชีพกับเพื่อนเป็นหุ้นส่วนกัน เวลาฉันพูดว่า “เพื่อน” ฉันหมายถึงใครก็ตามที่มีประสบการณ์กับโรคจิตเวช เมื่อพูดว่า “เพื่อนผู้เชี่ยวชาญ” ก็หมายถึง คนที่ได้รับการฝึกอบรมให้เป็นเพื่อนที่ทำงานให้การสนับสนุน

 

ประสบการณ์ในการเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ

           เป็นประสบการณ์น่าอัศจรรย์ เพราะเป็นสิ่งที่ฉันอยากทำจริงๆ จึงมีความสุขมาก แล้วในระดับอาชีพ ฉันสนับสนุนเพื่อนผู้มีประสบการณ์ตรงสองคนเป็นช่วงๆ อาจจะสองปีแล้ว หลักไมล์บอกความก้าวหน้าก็คือ คนหนึ่งได้รับปริญญาเกียรตินิยมสาขาจิตวิทยา เขาเพิ่งบอกฉันเมื่อคืน เขาเพิ่งส่งวิทยานิพนธ์ ส่วนอีกคนหนึ่งเพิ่งแต่งงาน คนหลังอายุเกือบ 50 แล้ว เขาอยากแต่งงานมานานแล้ว แต่ไม่กล้า เชื่อว่าเป็นปัญหาที่บ้าน แม่ไม่ชอบ อะไรต่างๆ นานา แต่ฉันมั่นใจรับเครดิตเต็มๆ ว่า เพราะแนวคิดเรื่องการคืนสู่สุขภาวะที่ฉันมอบให้ว่า สิ่งที่ทำให้เราหายดี เรkต้องรับผิดชอบชีวิตของเรา หาว่าเราต้องการอะไร และทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้มา นั่นคือ สิ่งที่ทำให้เราหายดี และฉันคิดว่า เขาก็เห็นอย่างนั้นด้วยและทำอะไรบางอย่าง เขาติดอยู่นาน ตอนนี้เขาเคลื่อนแล้วเปลี่ยนแปลง คนที่ป่วยด้วยโรคจิตเวชบางครั้งจำกัดตนเอง ว่าทำอะไรได้แค่นี้

           หน้าที่ของเพื่อนผู้เชี่ยวชาญอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นแบบฉบับ คุณต้องทำอย่างที่พูด ผู้รับบริการของคุณก็จะเริ่มเห็นแสงสว่างว่าเรื่องนี้เรื่องนั้นเป็นไปได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงน่าตกใจกลัว เมื่อพูดถึงคนสูงอายุที่ถูกตีตรามานาน จนไม่กล้ากระดิกตัวทำอะไร เอาแต่ซ่อนตัวในชุมชนที่คุ้นเคย ไม่กล้าเชื่อ ไม่กล้าคิด หน้าที่ของเพื่อนผู้เชี่ยวชาญก็คือ รักษาความหวังไว้ให้ลุกโชนในตัว เพราะเขาสัมผัสได้ ไม่ใช่สักแต่พูด และการคืนสู่สุขภาวะความหวังสำคัญมาก แต่ความหวังก็เลือนหายไปได้ง่ายด้วย นี่เป็นงานที่ยาก

           เมื่อผู้ป่วยเข้ามา เราจะสัมภาษณ์ ประเมิน หาว่าเขาต้องการอะไร มีการตั้งเป้าหมาย แล้วอาจส่งต่อไปศูนย์ต่างๆ ซึ่งมีหลายอย่าง เช่น ศูนย์ให้การปรึกษา ศูนย์ที่เดินเข้าไปใช้บริการโดยไม่นัดหมายได้ เป็นต้น แล้วเราก็จะเสนอบริการต่างๆ พร้อมกับบอกเหตุผลว่าทำไมจึงเสนอเช่นนั้น แต่ขึ้นอยู่กับผู้รับบริการว่าจะทำตามหรือไม่ มีบางคนก็ไม่ทำตาม ฉันก็จะให้เขาดูฉันเป็นตัวอย่าง ว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ฉันมาถึงตรงนี้ได้ตอนนี้ ลองดูสักหน่อยไหม ถ้าใช้ไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร ทิ้งไปเสีย และฉันทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักวิชาชีพในการประเมินและการดูแลผู้รับบริการ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำ

 

ความรู้สึกที่ได้เป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ

           นี่เป็นสิ่งที่อยากทำมาตลอดจึงมีความสุขที่ทำงานนี้ และงานก็ได้กลายเป็นอะไรที่คุ้มครองป้องกันฉันอย่างหนึ่ง เนื่องจากฉันอยู่กับโรคซึมเศร้า ความคิดฆ่าตัวตายยังอยู่ แต่สิ่งแรกที่ฉันคิดถึงก็คือ แล้วผู้รับบริการของฉันจะเป็นอย่างไร เป็นห่วงเขา ฉันเป็นปากเป็นเสียงให้การคืนสู่สุขภาวะ หากฉันปล่อยให้ตัวเองถลำไกลไปเรื่อย ฉันจะส่งข่าวสารแบบไหนให้พวกเขา การที่ฉันรักษาตัวให้สบายดี เป็นเรื่องความเป็นความตาย ไม่เพียงเพื่อตนเอง แต่เพื่อผู้คนที่ฉันรับใช้

           ฉันต้องรักษาทักษะการดูแลตนเองไว้ให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่ว่าจะเกิดความเครียดใดขึ้น ฉันสามารถยืนหยัดได้ การป่วยซ้ำไม่ค่อยเป็นประเด็น เพราะการป่วยซ้ำเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคืนสู่สุขภาวะ ฉันเคยคิดว่าการป่วยซ้ำนั้นเป็นเครื่องบอกการคืนสู่สุขภาวะ แต่การอบรมทำให้ทราบว่า ไม่ใช่ นี่เป็นส่วนหนึ่งของการคืนสู่สุขภาวะ ทุกครั้งที่คุณป่วยคุณมีสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้ ตอนแรกๆ ที่ทำงาน ฉันป่วยซ้ำหลายครั้งเพราะฉันไม่รู้จักจัดจังหวะของตนเอง ผลักดันตนเองเกินไป ฉันจำเป็นต้องพักผ่อน ต้องฝึกตนเองให้หยุด ให้พักผ่อน และเมื่อฉันมีทักษะในการดูแลตนเองดีขึ้น การป่วยซ้ำก็เป็นช่วงสั้นยิ่งขึ้น ฉันก็เลยหายได้เร็ว

           และเมื่อฉันมีทักษะดูแลตนเองดีขึ้น ฉันก็ควบคุมตนเองได้มากขึ้นด้วย ความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นด้วย ใช่ งานกลายมาเป็นโล่ป้องกันตัวด้วยเช่นกัน

           หากพูดประโยคหนึ่งเกี่ยวกับการเป็นเพื่อนผู้เชี่ยวชาญ ขอพูดว่า “การคืนสู่สุขภาวะเป็นไปได้”

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน:

frontpage: