กิจกรรม นำจิต คิดทักษะ | สมาคมสายใยครอบครัว

กิจกรรม นำจิต คิดทักษะ

-A +A

            หลายคนเข้าใจว่า กิจกรรมบำบัดหรืออาชีวบำบัด (ชื่อเดิม) คือ การฝึกทำกิจกรรมให้เพลิดเพลินหรือการฝึกหัดอาชีพ แต่จริงๆ แล้วคือ การใช้จิตให้รับรู้สึกนึกคิดอย่างจดจ่อขณะทำกิจกรรม การดำเนินชีวิตที่มีเป้าหมาย มีความหมาย และมีคุณค่าตามความสุขความสามารถของแต่ละรายบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน ดังนั้น เมื่อนักกิจกรรมบำบัดผู้สอบผ่านใบประกอบโรคศิลป์หลังจากร่ำเรียน 4 ปี ใน ม.เชียงใหม่ หรือ ม.มหิดล ก็จะทำหน้าที่ประเมินและออกแบบสื่อทางกิจกรรมบำบัดให้เหมาะสมต่อผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตใจตลอดทุกช่วงวัย ได้แก่ การตื่นรู้ดูตัวเอง การสื่อสารภายในตัวเอง การสร้างทักษะเมตตากับผู้อื่น การเรียนรู้ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว และการวิเคราะห์สังเคราะห์ทักษะชีวิตในการดูแลตนเอง การศึกษา การใช้เวลาว่าง การทำงาน การนอนหลับพักผ่อน และการเข้าสังคมอย่างเป็นพลเมืองดี แต่ด้วยความขาดแคลนนักกิจกรรมบำบัดในประเทศไทย หลายคนที่มีจิตอาสาและมีความคิดสร้างสรรค์ในทักษะการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะสามารถนำกิจกรรมต่างๆ ที่ฟื้นคืนสุขภาวะมาฝึกผู้คนมากมาย ซึ่งเรียกว่า การบำบัดด้วยกิจกรรม

            ผมเคยพานักศึกษากิจกรรมบำบัดไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มวัยรุ่นที่ติดสารเสพติดและอยู่ในระหว่างการปรับความประพฤติ ณ บ้านเยาวชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการจัดการบำบัดด้วยกิจกรรมต่างๆ โดยคุณครูประจำได้แก่ การทำความสะอาดที่พักอาศัย การเข้าชมรมดนตรี การเข้าชมรมกีฬา การเข้าชมรมช่าง การเข้าชมรมเกษตร การประกอบพิธีทางศาสนา การฝึกวินัยควบคุมความประพฤติ เป็นต้น จึงขออนุญาตประเมินทักษะการสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองกับทักษะการทำงานพื้นฐานด้วยชุดเครื่องมือทางกิจกรรมบำบัด พบว่า มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 19 ราย ที่มีคะแนนทักษะต่ำและอีก 55 คน ที่มีคะแนนทักษะสูง ในแต่ละสัปดาห์ พวกเราจะจัดกิจกรรมบำบัดเป็นเวลา 4 สัปดาห์ๆ ละ 1 วันๆ ละ 60 นาที ซึ่งประกอบด้วย สัปดาห์แรกกับที่สาม กิจกรรมกลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำขนม โดยแบ่งเป็นสองทีมแข่งขันกันด้วยความอร่อยพร้อมแสดงความรับผิดชอบทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่ สัปดาห์ที่สองกับที่สี่ กิจกรรมกลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันเล่นเกมส์กีฬา แบ่งเป็นสองทีมแข่งขันกันด้วยความสนุกสนาน สามัคคีและผ่อนคลาย หลังจากกิจกรรมในสัปดาห์ที่สี่ก็ทำการประเมินทักษะข้างต้นเพื่อเปรียบเทียบคะแนนด้วยการคำนวณสถิติให้เกิดหลักฐานเชิงประจักษ์

            ผลวิจัยพบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีคะแนนทักษะการสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองกับทักษะการทำงานพื้นฐานต่ำ เมื่อได้ทำกิจกรรมบำบัดกับการบำบัดด้วยกิจกรรม กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 19 ราย มีคะแนนทั้งสองทักษะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีคะแนนทั้งสองทักษะสูง เมื่อทำแต่การบำบัดด้วยกิจกรรมอย่างเดียว กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 55 ราย มีคะแนนทักษะการทำงานพื้นฐานลดลงอย่างมuนัยสำคัญทางสถิติ

            ดังนั้น หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมกิจกรรมบำบัดผสมผสานกับการบำบัดด้วยกิจกรรม จึงกระตุ้นให้วัยรุ่นที่ติดสารเสพติดและอยู่ในระหว่างการปรับความประพฤติ ณ บ้านเยาวชนแห่งนี้ได้ มีคะแนนทั้งสองทักษะดีขึ้นภายในสี่สัปดาห์ ผมอยากชวนกัลยาณมิตรทุกท่านมาเรียนรู้ทักษะการสร้างแรงจูงใจในทุกช่วงวัย ซึ่งประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่

            1.ระดับความปรารถนาที่จะสนใจและสำรวจสถานการณ์แปลกใหม่

            2.ระดับความปรารถนาที่จะสำรวจและใส่ใจทำกิจกรรมท้าทาย

            3.ระดับความปรารถนาที่จะแสดงความสุขความสามารถทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

 

            ถ้าเรามีทักษะการสร้างแรงจูงใจต่ำก็ส่งผลให้เกิดการพัฒนาทักษะการทำงานพื้นฐานที่ต่ำด้วย ถ้าการบำบัดด้วยกิจกรรมเกิดสถานการณ์แปลกใหม่ ท้าทาย และโอกาสสร้างศักยภาพต่อเนื่อง ก็ย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทักษะการสร้างแรงจูงใจและการทำงานพื้นฐาน ได้แก่ ความรับผิดชอบ ความคล่องแคล่ว ความเข้าใจมิติสัมพันธ์ ความเป็นระเบียบ ความกล้าตัดสินใจ และความคิดแก้ปัญหา ได้เกิดประสิทธิผลมากขึ้นจนเทียบเท่าผลของการจัดกิจกรรมบำบัดอย่างมืออาชีพ คือ ฝึกค้นคุณค่า มาตื่นรู้ตน จนสุดสามารถ คาดฟื้นความสุข

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: