บากบั่นด้วยศรัทธา Faithfulness

-A +A

          ต้นปีนี้ผมสุขใจมากที่ได้กลับมาเมืองไทย และได้พบเพื่อนๆ ผม ตอนที่อยู่ที่กรุงเทพฯ เราได้บินไปเมียนมาร์ เพื่อพบเพื่อนบางคนของเรา แต่ก่อนที่เราจะกลับจากกรุงเทพฯ เราก็ได้รับข่าวร้ายมาก พี่สาวคนโตของผมหกล้มและบาดเจ็บที่ไขสันหลัง หมายความว่า อวัยวะทุกส่วนที่ต่ำกว่าเอวลงมาจะเป็นอัมพาต เธอจะเดินไม่ได้อีกต่อไป

 

          ผมไม่อยากเชื่อว่าเรื่องนี้เกิดขึ้น พี่สาวผมไม่เคยแต่งงาน ไม่มีลูก และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ดูแลเธอ แต่ผมรู้ดีว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ นี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเธอ และก็ยากสำหรับผมด้วยเพราะผมจะเป็นคนรับผิดชอบเธอเอง ชีวิตคงจะไม่เหมือนเดิม เหมือนกับใครเอาพรมหนักๆ มาคลุมผมไว้ ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ความหวังเราอยู่ที่ไหน เราจะปรับตัวอย่างไร

          ผมนึกว่าคงจะเหมือนกับคนที่พบว่าคนในครอบครัวได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคจิตเภท มีประสบการณ์ร้ายๆ มากมายกับผู้ป่วยจิตเภท ก่อนจะมารู้ว่าสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นจิตเภท ผมคงมีประสบการณ์ร้ายๆ หลายอย่างเหมือนกัน ครั้นทุกอย่างปรากฏชัดออกมาแล้ว ครอบครัวเราจะทำอย่างไรกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ คนในครอบครัวก็จะต้องติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชทั้งหลาย นี่อาจเป็นปัญหาที่ใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาไปสู่สถานการณ์ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่โดยตรงของหลายๆ คน ถึงจุดนี้ ทุกคนมีหลายสิ่งจะต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจ

          ผมอยากจะเสนอสักสามสิ่งที่สำคัญในการจัดการกับสถานการณ์เลวร้าย บางทีอาจเป็นประโยชน์ในหลายๆ สถานการณ์ ไม่เพียงแต่การรับมือกับโรคจิตเภทเท่านั้น  ถ้าคุณจำได้ คุณจะสามารถมีความหวัง และมองออกไปข้างหน้าหาสิ่งจำเป็นในการหายจากโรคได้ นี่คือสิ่งที่มีเพียงคุณสามารถกล่าวอ้างได้ และเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะนำไปสู่อนาคตที่ดีได้

          สิ่งแรกคือ ความตั้งใจแน่วแน่ ต้องมาจากภายในเท่านั้น ผมบอกไม่ได้ว่าจะหาได้จากที่ไหน แต่ว่าคุณมีหรือไม่มีอยู่เท่านั้น แท้จริงเป็นการตัดสินใจของคุณเองว่าจะมีความตั้งใจแน่วแน่หรือไม่ ไม่มีใครเอามาให้คุณได้ และไม่มีใครเอาไปจากคุณได้ อาจเกิดสถานการณ์หลายอย่าง ที่ทำให้ยากลำบาก  แต่สถานการณ์ใดๆ ไม่อาจขับไสความตั้งใจแน่วแน่ออกไปได้ คุณจะต้องจัดการความคิด จิตใจ และจิตวิญญาณของคุณว่าคุณจะต้องรอด แต่ไม่เพียงแค่รอดไปได้ แต่ต้องเจริญรุ่งเรืองด้วย ความคิดจิตใจเป็นเครื่องมืออันน่าทึ่ง ความคิดจิตใจอาจต่อกรกับตัวเอง หรือเป็นโล่ปกป้องคุ้มครองตนเองด้วย

          ถ้าคุณตัดสินใจแล้วจริงๆ ว่าจะมี ความตั้งใจแน่วแน่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป การเลือกจะมีความตั้งใจแน่วแน่ มีความหมายง่ายๆ ก็คือ เลือกที่จะมีชีวิต คุณถามตัวเองว่า ฉันมีทางเลือกอะไรบ้าง มีทางเลือกมากมาย บางคนเลือกที่จะไม่ตัดสินใจ พวกนี้มีแนวโน้มจะคอยไป จนกว่าคนอื่นจะเลือกอะไรให้เขา ผมรู้จักคนซึ่งกลัวการผิดพลาด จึงไม่กล้าจะตัดสินใจ

          บางคนอาจเลือกที่จะเลิกพยายามจะมีชีวิตในแบบทต้องการ การยอมปล่อยให้ตัวเองถูกทำลายก็เป็นทางเลือกหนึ่ง คนติดสุราเรื้อรังก็เปิดขวด แล้วก็เริ่มดื่มชอบความครึ้มอกครึ้มใจของจิตใจที่มึนเมามากกว่า บางคนอาจจะดูเหมือนเลือกชีวิต แต่จริงๆ แล้วเลือกจะคว่ำและแอบทำลายทางเลือกที่มีประโยชน์ทุกอย่าง

          แต่บางคนเลือกชีวิต คุณก็ทำได้ คุณอาจจะมีสมรภูมิมากหลายข้างหน้า บางสมรภูมิดูเหมือนไร้วี่แววว่าจะชนะได้ เมื่อความทุกข์ร้อนมาถึง จงมองแค่ว่าเป็นเรื่องชั่วคราว คุณจะใช้ชีวิตผ่านมันไปได้ คุณตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะผ่านมันไปให้ได้ อย่ายอมรับความพ่ายแพ้ คุณอาจต้องหยุดพักบ้าง ถอยไปพักสงบสักครู่ คุณไม่ได้กำลังวิ่งหนี คุณกำลังหยุดหายใจเพื่อตั้งหลัก ยังมีชัยชนะรออยู่อีกฝั่ง คุณจะไม่พ่ายแพ้

          คำที่สองคือ วิธีการ เครื่องมือ คือ อีกคำที่ง่ายกว่า คุณจะไม่ได้ค้นพบวิธีการด้วยตัวเอง คุณจะเรียนรู้จากกลุ่มคน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ มักจะเป็นผู้ดูแลด้านสาธารณสุขบ่อยที่สุด กล่าวอีกอย่างคือ ผมต้องรู้ว่าผมจะอยู่รอด ผู้ช่วยเหล่านี้มีประสบการณ์กับคนอื่นๆ ในสถานการณ์เดียวกันกับคุณ และเป็นไปได้มากที่จะมีทางออกแตกต่างกันไปสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น คำตอบที่สำคัญที่สุดของคำถามว่า แล้วฉันจะอยู่รอดได้อย่างไร จะเป็นด้วยความช่วยเหลือ ความรัก และการช่วยเหลือจากคนอื่นๆ นั่นเอง

          ผมคิดว่า การจดบันทึก คือ เครื่องมือสำคัญในการอยู่รอด พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ จดทุกสิ่งไว้ คุณจะได้ยินคำบางคำที่จะเป็นประโยชน์ในภายหน้า ดังนั้น จงเก็บคำแนะนำที่ได้รับด้วยการจดเอาไว้

          แล้วก็เขียนเป้าหมาย ความหวัง ความปรารถนาของคุณเอาไว้ด้วย ถ้าหากคุณจดเอาไว้ คุณก็จะไม่ลืม กลับไปอ่านบ่อยๆ เมื่อสถานการณ์ดูเหมือนสิ้นหวัง จงกลับไปอ่าน ข้อความให้กำลังใจที่คุณเขียนเอาไว้ให้ตนเอง ถ้าคุณมีเพียง กระดาษโน้ต ความคิด คำแนะนำ ก็จงยึดไว้ แท้จริงแล้ว ก็มีเหตุผลบางอย่างที่คุณจะจดไว้

          ทำรายการพฤติกรรมที่คุณไม่ปรารถนาจะมี ถ้าหากคนในครอบครัวเป็นผู้ป่วย ก็จงชักชวนให้เขาเขียนแบบนี้ด้วย เขียนข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ให้กัน เขียนในสมุดโน้ตของกันและกัน ติดกระดาษโน้ตไว้รอบบ้าน ใส่โน้ตวางไว้ในที่ๆ คุณจะมอง เช่น กระจก หรือ ประตูตู้เย็น

          อ่านให้มากๆ ถามคนอื่นว่าจะอ่านอะไรดี จดบันทึกไว้ว่าอ่านอะไรไปบ้าง กลับไปอ่านหนังสือ หรือบทความที่คุณคิดว่าเป็นประโยชน์ซ้ำอีกครั้ง อีกนัยหนึ่งคือ รวบรวมความรู้และยึดไว้ รวบรวม ภูมิปัญญา และเก็บไว้พร้อมใช้งาน

          แนวทางของคุณนั้นก็ง่ายดายจงเป็นคนใฝ่รู้ เน้นย้ำสิ่งที่ได้เรียนไป ขอให้คนอื่นๆ ช่วยให้กำลังใจติดต่อสัมพันธ์กันไว้

          พฤติกรรมเพียงอย่างเดียว ที่คุณจะไม่มีไว้ในวิธีการของคุณ นั่นก็คือ กำหนดเส้นตาย คุณต้องทราบว่าคุณไม่สามารถทำให้สิ่งใดเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันใดๆ ปล่อยอนาคตให้เป็นปลายเปิดไว้ เมื่อคุณพร้อมจะก้าวต่อไป ความก้าวหน้าจะเกิดขึ้น กระบวนการทั้งหมดนี้เป็นกระบวนแห่งศรัทธา รักษาศรัทธาไว้โดยจดจำสิ่งที่คุณกำลังบากบั่นไป อย่าเลิกหวัง เลิกศรัทธา

          คำสำคัญสุดท้ายคือ การเปลี่ยนแปลง ความหวังของคุณ ศรัทธาของคุณจะนำคุณไปสู่การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นมาคุณตั้งเป้าหมายเพื่อจะอยู่รอด และถ้าคุณอยู่รอดได้ คุณจะเปลี่ยนไปเป็นคนใหม่ คุณจะค้นพบสิ่งนี้ทีละเล็กทีละน้อย ความจริงที่ว่าคุณอยู่รอดได้ขณะนี้จะช่วยให้ความศรัทธาของคุณเพิ่มขึ้น คุณจะพบว่าคุณกำลังมุ่งไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง โรคจิตเภทมีพลังทำลายล้าง ถ้าคุณรอดมาได้ แสดงว่าคุณทำมากกว่าอยู่กับที่เฉยๆ ตอนนี้คุณแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน คุณฉลาดกว่าก่อน มีความสามารถมากกว่าก่อน คุณกำลังเปลี่ยนแปลงไป

 

          จำคำอธิษฐานนี้เอาไว้ครับ พระเจ้า ลูกขอบคุณพระองค์ ลูกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่น่าจะเป็นได้ ไม่ได้เป็นอย่างที่อยากจะเป็น แต่ขอบคุณพระองค์ ที่ลูกไม่ได้เป็นเหมือนที่เคยเป็นมา ไม่มีใครบอกได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไร อาจจะเป็นทั้งชีวิตเลยก็ได้ แต่ถ้าคุณจำคำของผม คุณจะมีชีวิตไปทีละวัน และคุณจะอยู่รอด

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: