สื่อสารใจให้สุข จิตเภท | สมาคมสายใยครอบครัว

สื่อสารใจให้สุข จิตเภท

-A +A

กรณีศึกษา อ. ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคจิตเภทและรับการรักษาด้วยยามานานกว่า 1 ปี แต่คุณหมอก็ไม่ได้แนะนำหรือส่งปรึกษานักกิจกรรมบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพให้กลับไปเรียนหนังสือได้เหมือนเดิม

เมื่อ 10 ม.ค. 58 คุณแม่ของกรณีศึกษา อ. จึงติดต่อผมเพื่อทำการประเมินตารางกิจกรรมการดำเนินชีวิต ความไวทางระบบจิตประสาท การเคลื่อนไหว และความสามารถด้านการรู้คิด พบว่า ร่างกายซีกขวา (ข้างถนัด) ตอบสนองต่อแสงได้ 0.37 วินาที เร็วกว่าร่างกายซีกซ้ายตอบสนองต่อแสง (0.39 วินาที) บ่งชี้ว่า สมองทำงานได้ดี ซึ่งยืนยันได้จากผลการประเมินกิจกรรมบำบัดด้านการรู้คิดที่คะแนนสูงในหัวข้อ การรับรู้ทางการมองเห็น การคิดวางแผนเคลื่อนไหว และกระบวนการจัดการความคิด แต่ความสุขความสามารถในการจัดตารางกิจกรรมการดำเนินชีวิตยังดูมีข้อจำกัดตั้งแต่การทำกิจกรรมระหว่างกรณีศึกษากับคุณแม่ รวมทั้งกระตุ้นให้มีกิจกรรมบันทึกความจำ คิดเลขถอยหลังกับจับชีพจรก่อนและหลังออกกำลังกาย 6 นาที ถือเป็นการสื่อสารใจดูแลกันและกัน

ตั้งแต่ 26-28 ก.พ. และ 1-5 มี.ค. 58 คุณแม่ก็ไลน์มาบอกว่า เขาฝึกกิจกรรมบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เขาพัฒนาขึ้น มีความกระตือรือล้น รับผิดชอบตัวเองมากขึ้น เขาเริ่มไปศูนย์หนังสือกับคุณเเม่ ได้ทบทวนอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบ ซึ่งมีครบทุกวิชา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเเต่ละวัน เเละทำกิจกรรมอื่นๆ เขาเริ่มเดินทางไปกลับเองที่ศูนย์หนังสือ ส่วนที่โรงเรียนโดยภาพรวมก็โอเค คุณเเม่ จะพยายามฝึกเขาเเละทำให้ดีที่สุด ขอบพระคุณมากค่ะ

นอกจากนี้ ผมจึงขอความช่วยเหลือจากนักศึกษากิจกรรมบำบัดที่มีอายุใกล้เคียงกันกับกรณีศึกษาได้ประเมินและออกแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะจิตสังคม ได้แก่ การเดินทางไปทานอาหารนอกบ้าน การเล่นกีฬานอกบ้าน การเล่นกีตาร์ร้องเพลงนอกบ้าน เป็นต้น รวมใช้เวลาเพียง 3 ครั้ง ครั้งละ 3 ชม. ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ และทำการประเมินความก้าวหน้าในวันที่ 25 พ.ค. 58 ก็พบว่า กรณีศึกษามีความหลากหลายของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น มีกิจกรรมการเล่นกีฬากับเพื่อนมากขึ้น มีกิจกรรมการเล่นดนตรีนอกบ้านมากขึ้น  มีกิจกรรมการทำจิตอาสามากขึ้น มีกิจกรรมการเรียนรู้นอกบ้านมากขึ้น

ตัวอย่างกิจกรรมการดำเนินชีวิต และขีดเส้นใต้ความก้าวหน้าใน 4 เดือน หลังฝึกกิจกรรมบำบัด

วันแรก

5.00:ตื่นนอน เตรียมตัวไปสอบ จากอาบน้ำไม่ทันก็คล่องแคล่วขึ้น

6.00:ถึงโรงเรียน แล้วล้างหน้าแปรงฟัน

7.30:กินข้าว แล้วฟังเพลงในรถ 

8.30:เรียนหนังสือ จากไม่ค่อยสุงสิงหรือคุยกับเพื่อนก็กล้าคุยกับเพื่อนมากขึ้น

12.00 :กินข้าวเที่ยงกับเพื่อน 3 คน (อายุเพื่อนส่วนใหญ่มากกว่า 3-5 ปี) จากไม่คุยกับเพื่อนเช่นเดิม ก็เริ่มคุยกับเพื่อนก่อนเล็กน้อย

13.00 :สอบ

16.00 :เลิกสอบแล้วนั่งรถกลับบ้าน (กินข้าวไปด้วย)

17.00 :ถึงบ้านพัก (เดินเล่นที่บ้าน, ฟังเพลง, ดูการ์ตูน จากนั้น อาบน้ำ กินข้าวเย็น) ได้มีการเล่นกีฬานอกบ้านก่อนกลับถึงบ้านบ่อยขึ้น 

20.00 :สวดมนต์ นั่งสมาธิกับแม่

21.00 :นอน (หลับดีแต่ตื่นประมาณตีสองเพื่อเข้าห้องน้ำ)

 

วันที่สอง

5.00:ตื่นนอน เตรียมตัวไปสนามกีฬากองทัพบก

6.30:ถึงสนามกีฬากองทัพบก เพื่อทำกิจกรรมกีฬาสี

7.30:กินข้าวพร้อมแม่ ระหว่างกินข้าวกับเพื่อน ซึ่งมีอายุมากกว่า 3-5 ปีที่เป็นผู้หญิง (เพื่อนเรียนห้องเดียวกัน) ตัวเขาเองอยากไปพูดคุยด้วย จากไม่กล้าไปคุยกับพวกเขา ก็เริ่มกล้าพูดบ้าง 

9.00:ไปทำกิจกรรมเชียร์กีฬาสี (ไม่ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนเช่นเดิม) ท่าทางเขาเบื่อกิจกรรมการเชียร์มาก แต่พอมีนักกีฬาวิ่ง 4 x 100 ขาด เขาได้สมัครแข่งขันแทน เขารู้สึกสนุกมาก แต่เมื่อแข่งขันเสร็จ เขาไปร่วมกิจกรรมเชียร์ เขาก็จะเบื่อเช่นเดิม ต้องหากิจกรรมการเล่นกีฬาที่ศูนย์เยาวชนเพิ่มเติม

16.00 :กิจกรรมเชียร์กีฬาสีเสร็จ ท่าทางเขาเบื่อมาก ระหว่างทางกลับบ้านให้เขาร้องเพลง 2 เพลง ซึ่งดู

ท่าทาง เขาดีขึ้นมาก เมื่อถึงบ้าน ก็อาบน้ำ ดูการ์ตูน จากนั้นกินข้าว

20.00 :สวดมนต์  นั่งสมาธิ กับแม่ 21.00 : นอน

 

วันที่สาม

6.00:ตื่นนอน

7.00:วิ่งนิดหน่อย เพื่อคลายหนาว จากนั้น อาบน้ำ

8.00:กินข้าว ฟังเพลง ดูการ์ตูน

หมายเหตุ หลัง 8.00 แม่ต้องไปทำธุระข้างนอก ให้เขาอยู่คนเดียว (เขาอยากอยู่คนเดียว เพราะรู้สึกว่า เขาจะได้อิสระบ้าง) แม่สั่งงานให้เขาซักผ้า (ผ้าก็ซักได้เสร็จเรียบร้อยดี) วันอื่นๆ ก็ทำความสะอาดบ้าน ดูแลต้นไม้ เขาดูการ์ตูน ฟังเพลง (ช่วงดังกล่าว เขาคิดถึงเพื่อน อยากพบเพื่อน และทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้พบเพื่อน แม่พยายามให้เขาเดินทางได้พบเพื่อนมากขึ้นไปเล่นบาสเก็ตบอลที่ศูนย์เยาวชนฯ และช่วงนี้มีเพื่อนมาเล่นด้วยกัน เขาก็รู้สึกดีขึ้นมาก

17.00 :แม่ถึงบ้าน ชวนไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้า ด้านหลังห้างเซ็นทรัล ซึ่งรู้สึกว่าเขาโล่งสบายใจดี

18.00 :กลับบ้าน อาบน้ำ กินข้าวด้วยกัน

20.00 :สวดมนต์ นั่งสมาธิกับแม่

21.00 :นอน

เมื่อสักครู่นี้กรณีศึกษาไลน์มาว่า สวัสดีครับพี่ป๊อป วันนี้อากาศสดชื่นครับ ผมตื่นแต่เช้า สบายดีครับ ผมโหลดใบสมัครประกวดร้องเพลง กรอกรายละเอียดแล้วครับ ไปยื่นใบสมัครพร้อมพี่ป๊อปเลย และเจอกันเก้าโมงครับ ขอบคุณครับ

 

ผมอมยิ้มตอบกลับไปด้วยสติกเกอร์ สู้ๆ นะ...รู้สึกดีใจที่สื่อสารใจให้กรณีศึกษามีสุขภาวะ

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: