New Year New You การเริ่มต้นคืนสู่สุขภาวะ

-A +A

           2557 อาจเป็นปีทองแห่งความสุขความสำเร็จของคุณผู้อ่านหลายท่าน  ขณะเดียวกันก็อาจเป็นปีที่มีอุปสรรคการเจ็บป่วยพลัดพรากและสูญเสีย แต่ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความเศร้า ความทุกข์ ล้วนแล้วก็ผ่านมาและผ่านไป ปรากฏให้เห็นเป็นสัจธรรมแห่งชีวิต ไม่มีสิ่งใดยืนยงไม่มีการเปลี่ยนแปลง  ปีใหม่แล้วเราทุกคนล้วนต้องเดินหน้า ลืมความพลัดพรากล้มเหลวในอดีต จดจำไว้เพียงประสบการณ์การเรียนรู้ แล้วมุ่งมั่นแก้ไขเพื่อให้ปีใหม่ 2558 เป็นปีที่จะดียิ่งๆ ขึ้น  ปีนี้จะเป็นปีทองของการเปลี่ยนแปลง จะต้องเป็นปีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น เตรียมฟิตร่างกายและจิตใจให้พร้อม ปีใหม่นี้เราทุกคนจะเป็นคนใหม่ และคุณคนนี้จะต้องดียิ่งขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

           ก่อนอื่นคุณผู้อ่านลองใช้เวลาสงบๆอยู่กับตัวเองเพื่อหลับตานึกทบทวนถึงปีเก่าปีที่ผ่านไปแล้วมีเรื่องราวใดๆผ่านเข้ามาบ้างลองหยิบสมุดบันทึกปฏิทินเก่าของปีที่แล้วมาพลิกดูแล้วทบทวนให้คะแนนตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นชื่นชมและให้กำลังใจตนเองในสิ่งที่เป็นความก้าวหน้าความสำเร็จและอย่าลืมปลอบใจและให้อภัยตนเองกับเรื่องราวที่ผิดพลาดจากนั้นลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียนความตั้งใจใหม่ของปีนี้ 2558 ปีใหม่นี้คุณจะตั้งใจเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรถ้าคุณพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย

           การเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นยาก และล้มเหลวในที่สุด เพราะขาดแผนการที่แน่วแน่และชัดเจน แม้ปีใหม่จะมีพลังที่จะกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจ แต่ก็มักลงเอยด้วยการลุกขึ้นมา “ทำท่าจะเปลี่ยน” อยู่เพียงระยะสั้นๆ และแล้วก็กลับสู่ความคุ้นเคยเดิมๆ ที่แม้จะเป็นสิ่งที่ทั้งคุณผู้อ่านและคนรอบข้างเบื่อหน่าย เอือมระอา แต่ก็เปลี่ยนไม่ได้ ปีแล้วปีเล่า นั่นเพราะกลับไปติดกับดัก “ความคุ้นเคย” เดิมๆนั่นเอง

 

เป้าหมายต้องชัด

           ฉันพบว่าคนส่วนมากตั้งเป้าหมายการเปลี่ยนตัวเองในปีใหม่กว้างๆ คลุมเครือ เช่น “ปีนี้จะมีสุขภาพดีขึ้น” “ปีนี้จะดื่ม(เหล้า)น้อยลง” “ปีนี้จะออกกำลังกาย”  “ปีนี้จะเป็นพ่อที่ดี” ฯลฯ คุณผู้อ่านคงเห็นด้วยว่าทุกความตั้งใจดีเยี่ยม แต่ทำไมถึงทำไม่ได้  เป้าหมายที่ดีจะต้องทำได้จริง และต้องวัดความสำเร็จได้เป็นระยะๆ มีการกำหนดให้ชัดทั้งเป้าหมายระยะใกล้ และระยะยาว เช่น แทนที่จะตั้งเป้าหมายว่า “สุขภาพดี” ควรระบุลงไปให้ชัดสัก 2-3 ข้อเช่น

  1. ระดับน้ำตาลในเลือดปีนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  2. น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
    หรือ
  3. ปีนี้จะต้องงดสูบบุหรี่ให้สำเร็จ

 

           จากนั้นจึงกำหนดเป้าหมายระยะใกล้ หรือแผนการย่อยที่จะพาไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ คนจำนวนมากลืมตั้งเป้าหมายเล็ก (ที่จะนำไปสู่เป้าหมายใหญ่) ผลลัพธ์คือทำไม่ได้ เช่น คนที่ตั้งเป้าหมายจะเลิกสูบบุหรี่ มักจะเลิกทันทีจากวันละ 2 ซองเหลือ 0 “หักดิบ” เพราะเคยได้ยินมาว่ามีคนทำได้  สุดท้าย อดอยู่ 3 วันก็กลับไปสูบอีก มีคนไข้เคยเล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเขาไม่ได้คิดจะเลิกสูบบุหรี่แต่แค่ตั้งใจว่าจะ “ไม่สูบในรถ” นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องสุขภาพเรื่องปอด แต่ห่วงรถมากกว่า กลัวขี้บุหรี่ตกใส่เบาะหนังสวยๆ แต่คุณผู้อ่านเชื่อมั้ยคะ ว่าแค่ความตั้งใจเล็กๆ ความพยายามวันละนิดๆ แต่สม่ำเสมอ ค่อยๆ ขยับขึ้นทีละก้าวๆ จนในที่สุดอดบุหรี่ได้ (ต้องระบุนิดนึงว่าเขาคนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งรถติดมาก)

           เป้าหมายเล็กที่ว่านี้จะเล็กสักแค่ไหนไม่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการทำซ้ำๆ มีความพยายามสม่ำเสมอ  คนส่วนมากตั้งใจจะออกกำลังกายปีใหม่ ไปสมัครฟิตเนส ซื้อชุดออกกำลังกาย ถุงเท้า รองเท้าบ้าง ลงทุนต่อเติมบ้าน ซื้อเครื่องออกกำลังกาย ฟิตจัดอยู่ไม่ถึงเดือน บ้านไหนก็บ้านนั้น เครื่องออกกำลังกายลงเอยเป็นราวแขวนผ้าเสมอไป (ที่บ้านก็เหมือนกัน)

           การตั้งเป้าหมายออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง (บางคนระบุอีกว่าต้องยกเวทเท่านั้นเท่านี้ คาดิโออีกกี่นาที) อาจดูเป็นเป้าหมายที่ดี มีการระบุรายละเอียด แต่อาจทำไม่ได้ เพราะเน้นเป้าหมายเกินจริง (unrealistic goal) มีคนถามฉันว่า ฉันตั้งเป้าหมายอย่างไร  ง่ายมาก “ฉันจะออกกำลังกายทุกสัปดาห์” ใน 1 สัปดาห์แม้ทำได้เพียง 1 ครั้งซึ่งนั่นอาจหมายถึงการขึ้นไปเดินบนลู่วิ่งแค่ 7 นาที 10 นาทีก็ถือได้ว่าทำได้ตามเป้าหมาย หากสัปดาห์ไหนทำได้  2 วัน 3 วัน หรือวิ่งได้ครึ่งชั่วโมง ก็คือโบนัส  ฉันบอกกับตัวเองทุกวันทุกสัปดาห์ว่า ฉันทำได้สำเร็จเป็นไปตามเป้าหมาย (เพราะเป้าหมายเล็กมาก) แต่ถ้าคุณผู้อ่านตั้งไว้ว่าออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง ทุกๆ วัน ทุกๆ สัปดาห์ที่ผ่านไป คุณกำลังย้ำเตือนตัวเองว่าทำไม่ได้ ยังไม่ดีพอ ล้มเหลว เหมือนเป็นการลงโทษตัวเองทางความคิด วันแล้ววันเล่า สุดท้ายเกลียดการออกกำลังกายไปเลย  นานไป น้ำหนักมากขึ้น โรคภัยก็ถามหา สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง อาจจะปลอบใจตัวเองว่าคนอ้วนยิ่งกว่าเรายังมีอีกเยอะไป ถ้าคุณผู้อ่านเป็นอย่างที่กล่าวมานี้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ปีนี้เริ่มใหม่ทบทวนให้ดีว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่เหมาะสมตรงไหนปรับตอนนี้ยังทัน ปีนี้มาสุขภาพดีกันดีกว่า

           ตัวอย่างเป้าหมายที่เป็นไปได้ “ลดการสูบบุหรี่จากเดิมอาทิตย์ละ 1 มวน” “มีเวลาเล่นกับลูกใช้เวลาเล่นกับลูกแต่ละวันมากขึ้น”  ดีกว่าเป้าหมาย “จะเป็นพ่อที่ดี” “เก็บออมเดือนละ 1,000 บาท” อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนอาจจะต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป ใจเย็นๆ  ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าจะใจเย็นจนเกินไป เช่น พยายามลดน้ำหนักมา 10 ปีแล้ว ปีใหม่ทีไรก็ตั้งใจจะลดน้ำหนัก ยิ่งลดก็ยิ่งเพิ่ม

 

ถ้าทำไม่สำเร็จก็เริ่มใหม่ได้เสมอ

           เพราะการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องยาก แค่ความตั้งใจและกำหนดเป้าหมายที่ชัดยังไม่พอ ยังต้องอาศัยความอดทน ล้มแล้วลุกใหม่ เผลอไปดื่มเหล้าอีกทั้งๆ ที่อดมาได้ตั้ง 2 เดือน ก็กลับไปเริ่มอดใหม่ได้ ตั้งต้นใหม่ ตั้งใจใหม่  มีรายงานชัดเจนระบุว่า คนที่อดบุหรี่สำเร็จต้องผ่านการล้มเหลว กลับไปติดบุหรี่ใหม่ซ้ำๆ ซากๆ 6-7 รอบ กว่าจะอดบุหรี่ได้สำเร็จ  นั่นหมายความว่าปีใหม่พลาดไปไม่เป็นไร เดี๋ยวตรุษจีนตั้งใจใหม่ ถ้าพลาดอีกก็สงกรานต์เริ่มต้นใหม่ได้ การเปลี่ยนแปลงเริ่มตั้งต้นเมื่อไรก็เมื่อนั้น บางคนตั้งต้นวันสำคัญ เช่น วันเกิด วันเกิดลูก วันแม่ เป็นต้น

           สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้คุณผู้อ่านนิตยสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิตทุกท่านนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวคุณเองและครอบครัว ขอให้มีพลังเข้มแข็ง มุ่งมั่น ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ความสุขความสำเร็จเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ขอเพียงคุณเชื่อมั่น และไม่ต้องรอคอยให้ใครเปลี่ยน วันนี้คุณผู้อ่านเริ่มต้นเสียแต่วันนี้...เริ่มที่ตัวของคุณเอง

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: