หาคุณค่าในตัวเอง อยู่เพื่อใคร?

-A +A

          ประตูห้องตรวจเปิดออก ชายสูงวัยหนุนหลังหนุ่มใหญ่เข้ามา เป็นพ่อส่งลูกให้อยู่ในความช่วยเหลือของหมอ แล้วพ่อก็นั่งลงอย่างสงบอยู่ด้านหลังลูกชาย

          ผู้เป็นลูกร่างท้วมใหญ่ สีหน้าเศร้าหมองคล้ำ กล่าวโดยไม่สบตาว่า “พ่อขอร้องให้ผมมารักษาที่นี่ ผมติดการพนัน เลิกแล้วก็กลับไปเล่นอีก เป็นหนี้ ทำให้ทั้งพ่อ แม่ แฟนเดือดร้อน ไม่อยากเป็นภาระให้ใคร ผมอยากไปฆ่าตัวตาย”

          ดิฉันตั้งหลักสักพัก เนื่องจากไม่ค่อยมีผู้ติดการพนันมาขอรับการรักษาที่นี่ แล้วยิ่งรับรู้ว่านี่เป็นความหวังท้ายๆ ของเขาและครอบครัว ดิฉันตัดสินใจที่จะใช้เวลากับชีวิตที่อยู่เบื้องหน้าแม้จะเป็นการออกตรวจในเช้าวันจันทร์ ที่อาจทำให้ผู้ที่รออยู่ข้างนอกกระวนกระวายจนเขียนหนังสือร้องเรียน

          ก่อนที่ดิฉันจะเริ่มต้นการสนทนากับเขา ดิฉันมองดูใบหน้าของผู้เป็นพ่อ แล้วจึงพูดเป็นคำถามกับผู้เป็นลูกว่า “การที่พ่อแม่ได้เห็นลูกอยู่ กับการเห็นลูกจากไป จะมีผลกระทบต่อท่านอย่างไร” ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดกับคำถามนี้ สายตาที่อ่อนโยนห่วงใยของพ่อก็ประสานความปรารถนาของดิฉันที่จะช่วยผู้ป่วยรายนี้ สิ่งที่ได้เอื้ออำนวยให้เขาเปิดเผยตัวเอง และพร้อมที่จะทำงานกับดิฉันด้วยความไว้วางใจ

          เขาทำงานอยู่ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง มีประสบการณ์มานานกว่า 10 ปี  สิบปีก่อนเขาได้พลัดเข้าสู่การพนัน  2 ปีเขาสามารถเลิกได้เอง แต่ไม่นานก็หันกลับไปเล่นอีก ด้วยแรงจูงใจอยากได้เงินสร้างบ้าน และต้องการสร้างตัวเพื่อเป็นที่พึ่งของน้องซึ่งเป็นออทิสติก ทำให้เขามีหนี้ที่ชดใช้ไม่ไหว ถูกขึ้นบัญชีดำ พ่อมาช่วยปลดหนี้ เขาสำนึกผิด ตั้งใจเลิกเล่น แต่ก็กลับเข้าไปอีก โดยหวังว่าจะได้เงินคืน เขาต้องเอาตัวรอดแบบเฉพาะหน้าด้วยการโกหก แล้วลุ้น เสีย เครียด ท้อ รู้สึกผิด ตั้งใจใหม่ โกหก แล้วลุ้น จนในที่สุด วงจรนี้หมุนวนจนเอาตัวออกมาไม่ได้

          ดิฉันได้จ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการเครียดและท้อแท้ นัดหมายมาทำจิตบำบัดในวันหลัง

          การติดพนันมีวงจรเหมือนการเสพติดอื่นๆ  นอกจากนี้ ยังมีอีกคำที่ดิฉันได้ยินจากพวกที่เล่นการพนันว่า “ผีเห็นผี” บ่งบอกว่ามี “ผีพนัน” เข้าสิงอยู่ในคนเหล่านั้น มันสำแดงเดชในการทำลายชีวิต จิตบำบัดอย่างไร พลังอะไรที่จะเอาชนะ “ผี” ได้

          เมื่อเขามาพบดิฉันตามนัด ดิฉันมีความเชื่อว่าเขามีความตั้งใจรับการช่วยเหลือจริงๆ จึงเริ่มกระบวนการด้วยการขอให้เขาบอกคุณสมบัติในตัวของเขาที่เขาภูมิใจ หรือมองว่าเป็นด้านบวก 3 ประการ และมีคุณสมบัติที่เขาไม่ชอบ หรือมองว่าเป็นด้านลบ 3 ประการ

          ดิฉันเห็นเขาตั้งใจทำตามที่ดิฉันบอกได้คำตอบว่าด้านบวกมี 1) ความอดทน  2) ความสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ 3) ความรับผิดชอบ  ด้านลบมี 1) มักง่าย เขาอธิบายเพิ่มว่ามันสะท้อนออกมาเป็นการใช้ชีวิตที่ประมาท  2) คิดเยอะ และ 3) เห็นแก่ตัว

          ดิฉันจะพาเขาเชื่อมโยงกับคุณสมบัติเหล่านี้ทีละอย่าง โดยให้เขานึกไปถึงประสบการณ์ที่คุณสมบัตินั้นปรากฏ รับรู้ถึงพลัง คุณค่าของส่วนนั้น หรือเห็นมุมมองใหม่ต่อคุณสมบัตินั้น แล้วเขาจะเชื่อมโยงหรือตัดสินใจใหม่อย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าดิฉันจะนำพาเขาให้ไปถึงด้านดีของทุกส่วนที่เขามี เพื่อให้พลังเหล่านั้นได้รวมศูนย์สู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา

          ลำดับแรก เราไปที่ ความอดทน เขาเห็นความอดทนมีอยู่ตลอดในช่วงสำคัญของชีวิต รวมทั้งช่วงที่มีปัญหา ความอดทนเป็นพลังสำคัญที่เขาเห็นคุณค่าและได้ขอบคุณในวันนี้

          เราไปต่อที่ ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น เพราะเขาเห็นว่าส่วนนี้เป็นช่องทางให้เขาได้เกี่ยวข้อง รับรู้ทางที่ไม่ดีที่มี  ในการทำงาน ทางบริษัทพอใจส่วนนี้ เพราะเขารู้งานทุกขั้นตอน ไม่ต้องฝึกพนักงานใหม่ แต่เขาเองพบว่ามันอิ่มตัวแล้วกับการใช้ทักษะนี้ อยากนำความสามารถนี้ไปสร้างอนาคตใหม่ให้ตัวเอง และเขาพบว่าส่วนนี้มีความเชื่อมโยงกับความอดทนมาตลอด

          เราเคลื่อนไปพบกับส่วน ความรับผิดชอบ  เขารับผิดชอบต่องานมาก แต่รับผิดชอบต่อชีวิตน้อย อย่างเรื่องสุขภาพก็ปล่อยจนอ้วน เขาตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อชีวิต โดยเบื้องต้นนี้จะลดน้ำหนักลง

          ต่อไป จะเป็นส่วนที่เขาไม่ชอบ

          มักง่าย เขาเห็นว่าส่วนนี้เกี่ยวโยงกับความอยากรวย โลภ จึงนำเขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน เราได้ใช้เวลาตรงนี้สักครู่ เขาก็มองเห็นส่วนนี้แตกต่างไป เขาบอกว่าส่วนนี้ดี มีพลัง เป็นความใฝ่ฝัน เชื่อมั่นว่าจะทำให้แผนการสำเร็จ ถ้าเขาไม่มีส่วนนี้คงแย่  ณ ตอนนี้ เขาจัดการเปลี่ยนแปลงจนเห็นส่วนนี้เป็นส่วนของความใฝ่ฝันความเชื่อ

          แล้วเราก็ไปหาส่วน คิดเยอะ เขาเห็นส่วนนี้หมกมุ่นกับความผิดเก่าๆ ทำให้เป็นทุกข์  ดิฉันขอให้เขาทำความเข้าใจว่าส่วนนี้มีจุดมุ่งหมายอย่างไร เขาพบว่า คิดเพื่อให้รอบคอบ กันความผิดพลาด ที่ผ่านมาเขาเห็นว่าเขาเป็นคนคิดกว้าง คิดรอบด้าน ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว อดีต แต่ไม่เคยคิดด้านลึก เหมือนที่ดิฉันพาเขาทำอยู่ขณะนี้

          การคิดด้านลึก โดยการสำรวจลึกทำให้เขาได้สัมผัสกับพลังในชีวิต ความสงบในกระบวนการทำงานนี้ เขาได้นึกถึงเหตุการณ์วันอาทิตย์ก่อนที่เขาจะมาโรงพยาบาลครั้งแรก ภาพของพ่อซึ่งแก่แล้วขนถังน้ำใบใหญ่เดินไต่บันไดขึ้นมาบนชั้น 3 เพื่อมาหาเขาที่ห้องพักที่หอ เป็นครั้งแรกที่เขาซาบซึ้ง เขาบอกว่า “แม้ที่บ้านไม่พูดคำว่า ‘รัก’ แต่วันนั้น ผมรู้ได้เลยว่า ผมรักพ่อ ผมจึงกราบพ่อ และยอมที่จะมารักษาที่โรงพยาบาลนี้ตามที่พ่อขอ”

          แล้วเขาได้บอกดิฉันว่า “ที่หมอถามผมว่า การที่พ่อแม่ได้เห็นลูกอยู่ กับการเห็นลูกจากไป จะมีผลต่อท่านอย่างไร ยิ่งทำให้ผมสัมผัสรับรู้ถึงความรักนั้นชัดเจน” ดิฉันสัมผัสได้ถึงพลังแห่งความรักที่แผ่ไปทั่วร่างกาย ฉายออกมาที่ใบหน้าของเขา

          เราไปที่ ความเห็นแก่ตัว เขาหยุดพักตำหนิตัวเอง เพราะเขาใช้เวลาช่วงหนึ่งโดยไม่สนใจครอบครัว ไปสนใจและให้ความสำคัญแก่เพื่อนมากกว่า เขาย้อนกลับไปเห็นที่มา พ่อให้เขาทำงานของที่บ้านมาตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวสนุกที่ไหนเลย  เวลาเปิดเทอม ครูมักให้นักเรียนไปเล่าที่หน้าชั้นว่าช่วงปิดเทอมใครได้ไปเที่ยวที่ไหน ซึ่งเขาไม่มีอะไรจะเล่าเหมือนเพื่อนๆ เทอมไหนๆ ก็จะเป็นแบบนี้ เขาจึงหนีเรียนในวันเปิดเทอม

          แล้วเขาก็เห็นว่า การทำงานตั้งแต่เด็กนี้แหละ เป็นการฝึกฝนทักษะการทำงานอย่างยอดเยี่ยมให้เขา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขาในปัจจุบัน

          อีกอย่างหนึ่ง เขามีน้องเป็นออทิสติก ครั้งหนึ่ง น้องถูกรับไว้รักษาในโรงพยาบาล เขามาเยี่ยม เห็นน้องถูกผูกมัด ผอมกว่าตอนอยู่ที่บ้าน พ่อมาเยี่ยมน้องทุกวัน แต่เขามาได้แค่ครั้งนั้น เห็นภาพนั้นแล้วไม่สบายใจ เขาครุ่นคิดเรื่องนี้ ว่ามันไม่เป็นธรรมกับสังคม ที่น้องเขาป่วยไปทำร้ายคนอื่นโดยที่เขาอยู่กันดีๆ  ดิฉันขอให้เขาพูดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติม เขาเล่าว่า ปกติพ่อกับแม่จะเป็นคนดูแลน้อง เลิกงานก็จะพาน้องออกไปเดินเล่นนอกบ้านเป็นประจำ แต่บางครั้งที่มีเสียงดัง น้องจะไม่ชอบ และอยู่ๆน้อง ก็กระโดดแล้วไปกระทืบคนที่อยู่แถวนั้น ขึ้นไปทุบรถของคนอื่น ชาวบ้านไม่เอาความ  เพราะเข้าใจที่ต้องเอาน้องมาอยู่โรงพยาบาล เพราะน้องชกเบ้าตาแม่ทั้ง 2 ข้าง อาม่าอยู่ในบ้านเป็นเบาหวานถูกตัดขา ที่บ้านจึงกลัวว่าเขาจะทำร้ายอาม่า ซึ่งทุกคนยอมไม่ได้ที่จะให้มันเกิดขึ้น จึงเอาน้องมาอยู่โรงพยาบาล ซึ่งเขาเข้าใจที่ทางโรงพยาบาลต้องผูกมัดน้องไว้อย่างนั้น เรื่องนี้อยู่ในใจเขามานาน เขาอยากดูแลรับผิดชอบน้องต่อจากพ่อกับแม่

          เมื่อเราได้พบกับคุณสมบัติทั้ง 6 แล้วก็เป็นช่วงเวลาให้เขาได้รวมศูนย์พลังทั้งหมดนี้ ซึ่งนี่เป็นขุมพลังสำคัญที่เขาได้เชื่อมโยง ตัดสินใจที่จะใช้พลังเหล่านี้ตามความตั้งใจใหม่

          ดิฉันนัดกับเขา เพื่อทำงานบำบัด เสริมสร้างชีวิตใหม่นี้ต่อไป แม้จะยังไม่เห็นผลว่าเขาจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนันได้จริง? แต่นี่เป็นสิ่งที่ดิฉันให้คุณค่า คือ การทำงานกับชีวิตผู้คนที่ทนทุกข์ มากกว่า ทำงานเพื่อระงับหรือจัดการกับอาการป่วยเท่านั้น

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: