นักดื่มหน้าใหม่ | สมาคมสายใยครอบครัว

นักดื่มหน้าใหม่

-A +A

         ปัญหานักดื่มหน้าใหม่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาติดสุราเรื้อรังและมักเริ่มต้นในวัยรุ่น สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยพบว่า คนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับที่ 40 ของโลก โดยผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 16.2 ล้านคน เกือบครึ่งมีปัญหาจากการดื่มสุรามากถึง 5 ล้านคน (เป็นเยาวชนประมาณ 1 ล้านคน) แต่เข้ารับการบำบัดรักษาเพียง 2% เท่านั้น การดื่มสุราเริ่มในระดับมัธยมต้น และดื่มหนักในมัธยมปลายจนถึงวัยทำงาน โดยเฉลี่ยคนไทยดื่มคนละ 5.8 ลิตรต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 9 เท่า

          จากรายงานของศูนย์วิจัยปัญหาสุราเกี่ยวกับสถานการณ์สุราปี 2553 พบว่า กลุ่มเยาวชนไทยอายุ 15–19 ปีมีสัดส่วนของผู้ดื่มประจำเพิ่มขึ้นร้อยละ 70   

          งานวิจัยยืนยันชัดถึงสาเหตุที่เด็กและเยาวชนอยากบริโภคสุราและเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์เนื่องจากอยากลองถึงร้อยละ 84 และตามเพื่อนร้อยละ 74    การโฆษณาที่มีผลต่อการสร้างทัศนคติของวัยรุ่น เช่น การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาที่บริษัทเบียร์เป็นเจ้าภาพ ทำให้เด็กและเยาวชนรู้สึกขอบคุณและยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเบียร์ตอบแทนถึงร้อยละ 71.4 ดังนั้นการโฆษณาชวนเชื่อที่มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการเริ่มต้นพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนหรือกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ สถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่า ประเทศที่ควบคุมการโฆษณาสุราและเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์สามารถลดสัดส่วนของนักดื่มหน้าใหม่ได้ร้อยละ 16

          ปัจจัยสนับสนุนในการพบนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีละ 250,000 คน (HITAPP, 2552) เกี่ยวเนื่องกับการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายพบว่า มีร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 5 แสนแห่งที่ถูกกฎหมาย  ประชาชนใช้เวลาเดินทางไปซื้อได้ภายใน 4.5 นาที ร้อยละ 14 ของนักดื่มหน้าใหม่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีที่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยไม่มีการปฏิเสธจากผู้ขายหรือการตรวจดูอายุมากถึงร้อยละ 99

          การดื่มแอลกอฮอล์จะนำมาซื่งปัญหาสุขภาพมากมาย ในวัยรุ่นที่ต้องการแสดงว่าตัวเองคอแข็งจนได้รับแอลกอฮอล์เกินขนาด ซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตมักเกิดจากการดื่มเพียง 1 หน่วยสุรา (รูปที่ 1) ก็ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลงจนเกิดอุบัติเหตุได้ หากดื่มเป็นประจำในปริมาณมาก นอกจากแอลกอฮอล์จะมีผลเกิดตับอักเสบและตับแข็งแล้ว ผู้ที่ดื่มมากกว่า 3 หน่วยสุราจะมีความดันโลหิตสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม  สำหรับผู้ที่ดื่มครั้งละมากกว่า 9 หน่วยสุราสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ 2-3 เท่าของผู้ไม่ดื่มล้วนเป็นผลต่อหัวใจและหลอดเลือด  นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังเป็นเชื้อก่อมะเร็งของร่างกายและสังคม แม้ว่าแอลกอฮอล์จะไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งแต่จะส่งเสริมให้เกิดมะเร็งจากสารอื่นได้ง่าย เช่น บุหรี่ หากใช้ร่วมกันจะเกิดโรคมะเร็งปาก กล่องเสียง และหลอดอาหารได้มาก  สาเหตุของความความรุนแรงในครอบครัว ผู้หญิงและเด็กที่มีพ่อบ้านขี้เมา มักจะได้รับความรุนแรงบ่อย เด็กมักจะเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล และมีความมั่นใจในตัวเองต่ำ

 
รูปที่ 1 หน่วยมาตรฐานของแอลกอฮอล์

          แบบสอบถาม CAGE ใช้ในการคัดกรองนักดื่มหน้าใหม่ เพื่อประเมินตนเองหรือคนใกล้ตัว ว่ามีปัญหาการดื่มหรือไม่ โดยให้ลองตอบคำถามเหล่านี้หากมีคำตอบว่า “ใช่” ในข้อใดข้อหนึ่ง ก็อาจเป็นไปได้ที่กำลังมีปัญหาแล้ว

  1. คุณเคยรู้สึกอยากเลิกการดื่มสุราของคุณไหม  (C : Cutting)
  2. คุณเคยรู้สึกรำคาญหลายๆ คนที่พยายามจะให้คุณเลิกดื่มสุราไหม  (A : Annoy)
  3. คุณเคยรู้สึกผิดหรือรู้สึกไม่ดีกับการดื่มสุราของคุณไหม  (G : Guilty)
  4. คุณเคยดื่มสุราตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะลดอาการไม่สบายหรือเมาค้างไหม  (E : Early)

          เทศกาลเข้าพรรษา 3 เดือนเป็นช่วงที่นักดื่มหน้าเก่าและหน้าใหม่จำนวนมากมีความตั้งใจที่จะหยุดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเชื่อว่าจะได้บุญใหญ่ ถือว่าเป็นการพักฟื้นร่างกายไปในตัวหลังจากที่ดื่มอย่างต่อเนื่องมานาน  พบว่าผู้ดื่มเหล้าส่วนใหญ่มักเลือกใช้วิธีการหยุดดื่มโดยการหักดิบในช่วงงดเหล้าเข้าพรรษา ในเวชปฏิบัติทั่วไปจะพบผู้ป่วย alcohol withdrawal อยู่เสมอๆ ซึ่งจะมาพบแพทย์ด้วยอาการแตกต่างกันไป เช่น อาการตัวสั่น ตึง เครียด ชัก ประสาทหลอน หรือมีอาการสับสนวุ่นวาย

          การเจาะเลือดตรวจไม่ช่วยในการวินิจฉัย ต้องอาศัยการซักประวัติ ซึ่งมีคำถามง่ายๆ ที่ควรจะถามผู้ป่วยเพื่อประเมินปัญหาระดับความรุนแรงและวินิจฉัย ดังนี้ ปริมาณที่ดื่ม ความถี่ในการดื่ม ดื่มทันทีหลังตื่นนอนหรือไม่ เคยพยายามที่จะอดสุราหรือไม่ โกรธเมื่อมีคนวิจารณ์เรื่องดื่มสุรา มีความรู้สึกผิดหรือไม่ มีอาการลงแดงเมื่ออดสุราหรือไม่

          จากการศึกษาพบว่าในผู้ป่วย Alcohol withdrawal ที่ไม่ได้รับการรักษามีอัตราการตายถึงร้อยละ 5-15  

 

          วัตถุประสงค์หลักในการรักษา Alcohol withdrawal คือ

  1. Relief of discomfort
  2. Prevention or treatment of complications 
  3. Preparation for rehabilitation

          โดยมีเป้าหมายของการบำบัดเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือวิถีชีวิตที่ไม่ต้องพึงพิงการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งประกอบด้วยหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่ การบำบัดด้วยยา (ตารางที่ 1) การให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด กลุ่มบำบัด ครอบครัวบำบัด

          โปรแกรมการรักษาจะเริ่มโดยการประเมินสภาพทางกาย และความพร้อมด้านจิตใจของผู้ป่วย ด้วยการสร้างแรงจูงใจ Motivation interview เป็นกระบวนการสร้างแรงจูงใจที่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นโดยอาศัยกระบวนการปฏิสัมพันธ์ Brief Intervention เป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่วงจรของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การบำบัดฟื้นฟูควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตประจำวันมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ และการที่คนใกล้ชิดผู้ป่วยได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดทำให้คนใกล้ชิดมีความสบายใจ คลายความทุกข์ที่เกี่ยวกับปัญหาการดื่มของผู้ป่วยและเป็นเหตุส่งเสริมการดื่มจะน้อยลง บรรยากาศและคุณภาพชีวิตของครอบครัวดีขึ้นด้วย

          ความสำเร็จของการบำบัดผู้มีปัญหาจากแอลกอฮอล์ไม่ได้อยู่ที่การเลิกดื่มได้อย่างสิ้นเชิง การเผลอหรือหลุดไปดื่มเป็นครั้งคราว (slip) หรือการกลับไปเมาหัวราน้ำ (relapse) ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในกระบวนการฟื้นฟู (recovery process) หากผู้ป่วยยังมีความพยายามที่จะเรียนรู้และหาวิธีการต่อสู้กับความอยากและสิ่งกระตุ้นต่างๆ ก็ยังถือว่าประสบความสำเร็จ

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: