สิทธิที่จะได้ชีวิตที่เป็นสุข

-A +A

           หญิงวัยกลางคนมีสามีพามาโรงพยาบาล เธอได้รับการคัดกรองโรคซึมเศร้าตามระบบของโรงพยาบาล โดยมีคำถาม 2 คำถาม (2Q) ถามว่า

           1.ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารวมวันนี้ ท่านรู้สึกหดหู่หรือท้อแท้สิ้นหวังหรือไม่

           2.ใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารวมวันนี้ ท่านรู้สึกเบื่อทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลินหรือไม่

           เธอตอบว่ามีทั้ง 2 ข้อ ถ้าหากมีเพียงข้อใดข้อหนึ่งก็เพียงพอที่จะต้องได้รับการประเมินด้วยคำถาม 9 ข้อว่ามีโรคซึมเศร้าหรือไม่ และถ้ามีภาวะซึมเศร้าก็จะถูกประเมินด้วยคำถาม 8 ข้อว่ามีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายหรือไม่

           ผลเธอมีอาการโรคซึมเศร้าระดับรุนแรง และมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายในปัจจุบันระดับน้อย

           นักสังคมสงเคราะห์ได้ซักประวัติอาการทางจิต ในปัจจุบันสามีเธอให้ข้อมูลว่าเธออยากอยู่คนเดียว ไม่อยากทำอะไร รู้สึกตัวเองไม่มีค่า เก็บตัว มีความคิดทำร้ายตนเอง และอยากตาย เบื่อหน่ายท้อแท้ ซึมเศร้า เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หนีออกจากบ้านเมื่อ 2 วันก่อน ร้องไห้บ่อย บางครั้งเอะอะโวยวาย เป็นมา 1 เดือน

           เมื่อเขามาหาดิฉัน ดิฉันถามข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย ได้ข้อมูลว่าเธอหลีกเลี่ยงที่จะพบกับคนที่รู้จัก ชวนสามีฆ่าตัวตายไปพร้อมกัน เสียใจเรื่องลูกที่ไปคบแฟนและขอพักการเรียน

           ข้อมูลที่ได้ประกอบกับสิ่งที่ดิฉันได้เห็นจากสีหน้าท่าทางการเคลื่อนไหว น้ำเสียงที่เบา ช้า สั่นเครือ ไม่ยากที่จะให้การวินิจฉัย รวมทั้งที่จะสั่งยาต้านเศร้า ให้คำแนะนำสามีของเธอเกี่ยวกับอาการของโรคซึมเศร้า ข้อปฏิบัติในการดูแลเธอ รวมถึงต้องป้องกันการฆ่าตัวตายไม่ให้เกิดขึ้น

           ในชีวิตของเธอ เธอมีลูกเพียงคนเดียว เธอทุ่มเททั้งหมดให้แก่ลูก ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ลูกของเธอเคยเป็นเด็กที่น่ารักมาก เชื่อฟัง ตั้งใจเรียน พาไปที่ไหนใครๆ เห็นก็อดชมเชยไม่ได้ นำความชื่นใจมาให้เธอเสมอ เธอมุ่งมั่นส่งเสริมให้ลูกเรียนในเส้นทางที่เธอเห็นว่าดีที่สุด ลูกได้อยู่ในเส้นทางนั้น แล้วอีกไม่กี่ปีก็จะได้ฉลองความสำเร็จ แต่เมื่อลูกไปคบหากับแฟนที่เธอไม่เห็นด้วย เธอได้ยื่นคำขาดให้ลูกเลิกคบ แต่ลูกเลือกออกจากบ้านไปอยู่กับแฟน ไม่ยอมกลับมาเรียน มีบางวันที่ลูกกลับมาบ้าน แต่ความสัมพันธ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว

           ดิฉันเห็นชีวิตของคนที่มีความรักผูกพันกัน แต่ละคนก็เป็นชีวิตที่กำลังเจริญเติบโต แล้วก็มีองค์ประกอบใหม่เพิ่มเข้ามา ซึ่งถูกคนหนึ่งรับรู้ว่าเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักหน่วงเพื่อคงเส้นทางเดิมไว้ให้ได้ การต่อสู้นี้มีชีวิตเป็นเดิมพัน เมื่อดูว่ากำลังจะพ่ายแพ้ เธอจึงอยากพาคนที่เธอรักจบเกมไปด้วยกัน

           ในครอบครัวนี้มีมากกว่า 1 ชีวิต ทุกชีวิตควรได้รับโอกาสที่จะเจริญเติบโตขึ้น ดิฉันเห็นภาพนี้ และอยากทำงานเพื่อส่งเสริมการเติบโตของเธอและครอบครัว

           ดิฉันให้ยาต้านเศร้าเธอพร้อมทั้งเชื้อเชิญเธอตั้งหลักชีวิต เธอมีคู่ครองที่ได้ร่วมกันสร้างครอบครัว ได้เป็นพ่อแม่ เลี้ยงดูลูกเล็กจนเขาได้เติบโตมาถึงวัยหนุ่มสาว มีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าตื่นเต้นสำหรับชีวิต มีภารกิจที่มีความสำคัญ เช่น การดูแลจิตใจ การประคองชีวิตคู่อย่างเป็นสุข การอนุญาตให้ลูกมีประสบการณ์เติบโตขึ้นอีก  ดูเธอมีความหวังขึ้นและเลือกที่จะกลับมาพบดิฉันอีก

           2 สัปดาห์ เธอกลับมาด้วยท่าทีซึมเซา ก้มหน้า เสียงเบา เพราะคิดมากเรื่องลูก ลูกกลับมาระหว่างสัปดาห์ แต่ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เขาไปหาแฟน เธอวนเวียนคิดเป็นทุกข์ อยากให้ลูกกลับไปเรียน

           ดิฉันทำหน้าที่เป็นกระจก สะท้อนให้เธอเห็นภาพชีวิตของเธอในเวลานี้ และดูไปด้วยกันว่าเธอจะมีทางเลือกอื่นๆ ให้กับตัวเองได้หรือไม่ เธอได้เห็นว่าเธอเอาชีวิตเธอไปแขวนไว้กับลูก มันทุกข์ทรมานเหลือเกิน หากจะปล่อยวางก็รู้สึกเคว้งคว้าง แล้วเธอก็เห็นทางเลือกอีกทาง คือเธอสามารถมีความสุขด้วยตัวเองได้ ซึ่งเธอเลือกทางเลือกนี้

           ดิฉันขอให้เธอคิดถึงชีวิตของเธอที่ผ่านมาซึ่งเธอเคยทำอะไรด้วยตัวเธอเองแล้วมีความสุข ก็พบว่าเธอเคยทำงานฝีมือในกลุ่มแม่บ้าน มีรายได้ มีเพื่อนคุย ทำให้ลืมความทุกข์และเห็นตัวเองมีคุณค่า แล้วให้เธอค้นหาสิ่งดีที่เป็นขุมทรัพย์ชีวิตของเธอ ก็พบว่าเธอเป็นคนรู้จักวางแผน เธอมีความรักซึ่งแสดงออกเป็นความเอาใจใส่ในการเลี้ยงลูก เธอมีทักษะในการจัดการงานต่างๆ

           ดิฉันใช้เวลากับเธอเพื่อให้เธอได้ฟื้นพลังชีวิตที่มีในขุมทรัพย์สำคัญทั้งสามนี้ บางทีเธอก็ยังวนกลับไปหาปัญหาเรื่องลูกอีก จึงต้องตรวจสอบความจริงจังที่เธอเลือกว่าอยากเห็นตัวเองมีความสุขด้วยตนเอง เธอจะเอาจริงไหม เมื่อเธอรับปากด้วยความจริงใจกับตัวเองแล้ว ดิฉันก็ขอให้เธอตรวจสอบดูว่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรคซึ่งเธอเห็นว่าการคิดล่วงหน้าทางลบเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ และเป็นอุปสรรคได้

           วันนี้เป็นการเตรียมพร้อมออกเดินทางเพื่อการเติบโตที่มีเป้าหมาย ประเมินต้นทุน อุปสรรค ทีมงาน ซึ่งมีทั้งสามีของเธอ ลูก และดิฉัน

           3 สัปดาห์ เธอดีขึ้นบ้าง ได้ไปออกงานสังคมกับสามี ขณะที่เล่าก็มีรอยยิ้ม เธอเล่าว่าได้เจอผู้คน มีคนพูดคุยสอบถามก็รู้สึกดี แต่ในใจเธออยากอยู่สงบๆ มากกว่า

           ตอนนี้เป็นเวลาที่เธอต้องทำงานกับภายในจิตใจของเธอแล้ว ดิฉันขอให้เธอสำรวจภายใน พบว่าใจยังมีความว้าวุ่น ตรงที่ว้าวุ่นนั้นก็คือส่วนที่ยังต้องการให้ลูกกลับไปเรียน เป็นความคาดหวังของเธอเอง ที่วันนี้กลายเป็นความผิดหวัง เธอเห็นภาพลูกเดินห่างเธอออกไปเรื่อยๆ คว้าลูกไว้ไม่ได้แล้ว ใจเศร้า ท้อแท้

           การเยียวยาจะเกิดขึ้น เมื่อเราได้เข้าไปถึงส่วนลึกที่มีความหวัง เธอคาดหวังให้ลูกเดินตามเส้นทางที่เธอกำหนดไว้ ดิฉันพาเธอค่อยๆ ค้นหาคำตอบที่ส่วนลึก ไม่ใช่คำตอบที่ได้มาจากความนึกคิด จึงต้องมีความสงบมากๆ  ในส่วนลึกนั้นบอกว่า เธอปรารถนาเป็นที่รักและมีคุณค่า จึงได้ทุ่มเททุกอย่างลงไป หากเป็นไปตามที่กำหนดไว้จึงจะทำให้เธออิ่มใจว่าเป็นที่รักและมีคุณค่า

           เมื่อคนเราได้พบความสงบภายในใจ ที่นั่นก็เป็นประตูให้พลังชีวิตได้เข้ามาเยียวยา เธอเห็นคุณค่าของตัวเธอเอง ซึ่งมีคุณค่าโดยแท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูก  เธอเปิดพื้นที่ให้กับตัวเธอ ที่จะทำบทบาทแม่ภาคที่ 2 เป็นแม่ของลูกที่โตแล้ว เธอยอมให้ความคาดหวังเก่านั้นจบไป และเพื่อให้เธอมีความมั่นใจในการทำบทบาทแม่ภาคใหม่นี้ จึงได้ใช้เวลาทบทวนเชื่อมโยงกับขุมทรัพย์ที่เป็นพลังชีวิตในตัวเธออีกครั้ง

           บรรยากาศในห้องรักษาก็เปลี่ยนไป มีชีวิตชีวาขึ้นมา สามีของเธออยู่เคียงข้าง เห็นกระบวนการนี้มาตลอด  เวลานี้ถึงคิวที่เขาต้องมาสู่วงใน ทำการเปลี่ยนแปลงด้วยแล้ว ซึ่งพบว่าบางครั้งที่ภรรยาดึงดันยึดตัวเองมาก สามีก็จะดุ การสื่อสารจะเป็นแบบพ่อกับลูก ซึ่งทำให้มีความตึงเครียด ตอนนี้ให้ฝึกสื่อสารแบบผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่แทน

           สุดท้ายเมื่อพ่อและแม่พร้อมสนับสนุนกันทำบทบาทพ่อแม่ใหม่แล้ว ลูกก็ได้เข้ามาอยู่ในกระบวนการ โดยเริ่มที่แม่-ลูกได้เปิดใจสื่อสารกันที่ระดับความรู้สึก และแม่ได้บอกถึงความสำคัญของลูกต่อแม่ ความต้องการอยากให้ลูกบอกกล่าวให้แม่รับรู้เรื่องของลูก การทำหน้าที่ที่ปรึกษาของแม่ และการให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจเลือก  หลังจากนั้นก็เป็นระหว่างพ่อ-ลูก ซึ่งได้เห็นถึงความซาบซึ้งที่ทั้งสองรักและปรารถนา อยากใกล้ชิดกัน อยากปรึกษา ซึ่งช่วงที่ผ่านมาต่างเจ็บและกลัว จึงรอกันและกันอยู่ ทำให้เกิดความเหินห่าง

           ดิฉันมีความสุขที่ได้ทำงานกับครอบครัวนี้เพื่อคืนสู่สุขภาวะจากโรคซึมเศร้ารุนแรง โดยเห็นสิ่งที่มีอยู่ในกระบวนการนี้คือความหวัง เห็นครอบครัวที่จะเติบโต การเยียวยาจิตใจที่ชอกช้ำ ท้อแท้ การเสริมพลัง เธอเป็นเจ้าของขุมทรัพย์ในชีวิตที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ การเชื่อมโยงคนในความสัมพันธ์ที่สนิทสนมและชุมชน  การทำบทบาทใหม่อย่างเหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง

 

ที่มา:

คอลัมน์:

ผู้เขียน: