subscribe: Posts | Comments

ความเป็นมาของสายใยครอบครัว

ด้วยความเชื่อมั่นว่าผู้อยู่กับโรคจิตเวชเป็นผู้มีศักยภาพที่จะช่วยตนเองรวม ทั้งช่วยกันและกันให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในสังคมได้ หากพวกขาได้รับการศึกษาให้มีความรู้และรวมกันเป็นเครือข่าย Dr. Marcus Chiu กับ Dr.Shing Lee ณ เขตการปกครองฮ่องกง เริ่มจัดอบรมผู้ป่วยและญาติพร้อมกับร่างบทเรียนในปี พ.ศ. 2543 ในปีต่อมมาได้ตั้งชื่อองค์กรว่า Family Link ปรับปรุงบทเรียนและจัดการอบรมอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2545 มีการนำเสนอโปรแกรมสายใยครอบครัวในการประชุมวิชาการ ทางบริษัทแจนเซ่น – ซีแลก เห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์จึงได้เข้ามาสนับสนุน โดยเป็นเจ้าภาพเชิญผู้แทนจากประเทศต่างๆ ในเอเชียเข้าไปรับรู้ในการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรกที่ฮ่องกงใน เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2546 ต่อมา มีประเทศที่เข้าร่วมโครงการสายใยครอบครัวได้แก่ เกาหลี ไทย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์

งานสายใยครอบครัวในประเทศไทยเริ่มต้นด้วยการอุทิศตนของ พญ. สมรัก ชูวานิชวงศ์ เพื่อผู้อยู่กับโรคจิตเวชซึ่งตกอยู่ใต้แอกหนักทั้งกายและใจจากภาระของโรคใน ด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ยิ่งกว่านั้น ในด้านสังคม คนเหล่านี้ก็ถูกตีตราบาปและเลือกปฏิบัติเนื่องจากความไม่รู้และไม่เข้าใจของ สาธารณชน คุณหมอเห็นว่า หลักสูตรสายใยครอบครัวจะช่วยให้ผู้อยู่กับโรคจิตเวชในประเทศไทยรับมือกับ สภาพที่เผชิญได้ดีขึ้น และมีความเข้มแข็ง ตระหนักในคุณค่าและศักยภาพของตนเอง สามารถเป็นปากเป็นเสียงให้แก่ตนเองและคนนับหลายล้านคนที่ทนทุกข์จากโรคนี้ อยู่อย่างเงียบงันในสังคมไทย

พญ. สมรัก ชูวานิชวงศ์ได้ลงนามในสัญญารับลิขสิทธิ์บทเรียนจาก ดร. มาคัส ชิว ในเดือนกรกฎาคม 2546 หลังจากจัดแปลและปรับบทเรียนให้เข้ากับบริบทของคนไทย คุณหมอสมรักและคณะได้จัดอบรมหลักสูตรสายใยครอบครัวแก่ผู้ป่วยและญาติ รุ่นที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม 2547 และได้จัดอบรมเป็นรุ่นๆ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากรุ่นแรกจำนวน 15 คน ด้วยเครือข่ายอาสาสมัครมาเป็นวิทยากร ทีมประชาสัมพันธ์ ตลอดจนทีมสนับสนุนด้านต่างๆ ที่ขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ ปัจจุบันมีผู้เข้าอบรมแล้วกว่า 500 คน แต่ละรุ่นมีผู้เข้ารับการอบรมนับหลายสิบจนถึงกว่าร้อยคน แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม

นอกจากนี้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ได้จัดตั้งศูนย์กิจกรรมสายใยครอบครัวขึ้นที่ชั้น 2 ตึกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลศรีธัญญา ดำเนินการโดยอาสาสมัครผู้ป่วยและญาติ ศูนย์กิจกรรมสายใยครอบครัวให้บริการระหว่างวันจันทร์-วันศุกร์ 9.00-16.30 น. มีกิจกรรมด้านศิลปะ การประดิษฐ์ การกีฬา ดนตรี และวิชาการเช่น อังกฤษ และการใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งยังมีอาสาสมัครดูแลให้คำปรึกษาผู้ป่วยและญาติในการดำเนินชีวิตกับโรค จิตเวชด้วย

งานอีกด้านหนึ่งซึ่งสมาคมสายใยครอบครัวได้เป็นผู้บุกเบิกในสังคมไทยเพื่อผู้ อยู่กับโรคจิตเวชก็คือการให้การศึกษาด้านการเป็นปากเป็นเสียงแทนผู้อยู่กับ โรคจิตเวช ทั้งในหลักสูตรสายใยครอบครัว และการจัดประชุมเชิงวิชาการในเรื่องการสื่อสารเพื่อการเป็นปากเป็นเสียงแทน แก่ผู้มีศักยภาพในด้านนี้ ส่งผลให้เกิดคณะกรรมการเพื่อสิทธิผู้อยู่กับโรคจิตเวชของสมาคมสายใยครอบครัว ขึ้น งานแรกของคณะกรรมการชุดนี้ก็คือ การรวมพลังกับเครือข่ายองค์กรผู้อยู่กับโรคจิตเวชเรียกร้องให้ประกันสังคม คุ้มครองผู้ป่วยโรคจิตเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 โดยได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ง ชาติ และแจกแถลงการณ์ของสมาคมที่ถนนสีลมกับบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมกันนั้น ได้ประกาศให้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันสิทธิผู้อยู่กับโรคจิตเวช

สมาคมสายใยครอบครัวได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2549 โดยรับสมัครสมาชิกสามัญจากผู้ที่จบหลักสูตรการอบรมสายใยครอบครัว

ในปี 2550 สมาคมสายใยครอบครัวได้รณรงค์สร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อผู้อยู่กับ โรคจิตเวช โดยริเริ่มโครงการใหม่สองโครงการคือ โครงการประกวดภาพยนตร์สั้นไม่บ้า อวอร์ด (My Bar Award) และโครงการสามประสานซึ่งทีมวิทยากรอันประกอบด้วยผู้ป่วย ผู้ดูแล และนักวิชาชีพ ไปให้การศึกษาแก่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่นนักเรียนมัธยมศึกษา และผู้ที่จะทำอาชีพที่มีโอกาสพบผู้ป่วยได้มาก เช่นนักเรียนตำรวจ นักศึกษาพยาบาล และนักศึกษาครู

นอกจากนี้สมาคมสายใยครอบครัวยังขยายโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ป่วยจิตเวชอาการ ทุเลา โดยร่วมมือกับสำนักงานการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนนทบุรี เปิดการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ศูนย์กิจกรรมสมาคมสายใยครอบครัว ทั้งนี้จะเริ่มในปีการศึกษา 2551

สมาคมสายใยครอบครัวยินดีร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะผู้อยู่กับโรคจิตเวชเอง ทำงานเพื่อสิทธิ คุณภาพชีวิต และความหวังของผู้อยู่กับโรคจิตเวช หวังว่าท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่จะเข้ามาร่วมมือร่วมแรงกับเรา