เมื่อคุณเหลือครึ่งชีวิตจะพูดกับตัวเองอย่างไร
โดย รพินทร์
ในวันหนึ่ง ซึ่งผมรู้สึกท้อ และเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต เหมือนพระเจ้าจะรู้ จึงประทานเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาให้กำลังใจผม และตอบคำถามทุกคำถามในใจผมจนหมดสิ้น
เขาเป็นเด็กหนุ่มวัย30 ปี ที่พิการจากอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหว ประสาทไขสันหลังเขาถูกทำลาย ทำให้เป็นอัมพาตครึ่งตัวส่วนท่อนล่าง เขาต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลาและตลอดชีวิตที่เหลือ
ผมพบว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเขาลำบากมาก เพราะเขาอาศัยอยู่ตามลำพังโดยไม่มีผู้ช่วยเหลือ และบ้านที่เขาพักอาศัยอยู่ห่างจากบ้านผมเพียงสามหลัง ผมได้พูดคุยกับเขา เรียนรู้วิถีชีวิตและวิธีคิดของเขา
โสภณ ฉิมจินดา เป็นช่างภาพก่อนที่เขาจะประสพอุบัติเหตุ เขาเป็นกำลังสำคัญของที่บ้าน และเมื่อ5 ปีที่แล้ว ขณะที่เขาประสพอุบัติเหตุครอบครัวของเขาก็ประสพกับภาวะล้มละลาย เงินก้อนสุดท้ายของที่บ้านคือค่ารักษาพยาบาลตัวเขา แม่ของเขาต้องขายขนมประทังชีวิต เลี้ยงลูกพิการ ส่งน้องเรียน
เมื่อเป็นอัมพาตเขาต้องไปอาศัยอยู่บ้านลุง และท้อแท้กับชีวิตที่เหลือ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน เป็นภาระแก่ผู้อื่น โสภณตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิมหาไถ่ ซึ่งมีโรงเรียนอาชีวะฝึกอาชีพเพื่อเด็กพิการและจัดหางานให้
เพียงไม่กี่ปี โสภณก็ได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ใหญ่ สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ให้ทำงานผลิตสื่อเพื่องานกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน โสภณเริ่มแสดงความสามารถของเขาให้คนยอมรับคนพิการ และในที่สุดเขาก็ออกมาอยู่อาศัยนอกโรงเรียนอีกครั้งเมื่อได้รับงานเป็น พิธีกร รายการ” จับข่าวมาคุยตะลุยสิบทิศ”ซึ่งออกทีวีช่องNBT ตลอดปีที่ผ่านมา
เขาและทีมงานผู้พิการกลุ่มหนึ่งมาเช่าสำนักงาน และอยู่อาศัยในซอยเดียวกับผม ผมพบว่า คนพวกนี้เก่งมาก ทั้งการทำข่าว การเขียนข่าว การทำเว็บไซด์ การตัดต่อ และผลิตรายการ แต่แล้วเมื่อครบปี พวกเขาก็ทยอยกลับบ้านเพราะหมดงบประมาณ เหลือโสภณอยู่บ้านคนเดียว
แต่เขาก็ “ยิ้ม” เสมอ และพูดว่า “เดี๋ยวก็มีงานครับ” “ผมเชื่อว่าผมทำได้” “ผมเชื่อในศักยภาพของผม” “มีคนเห็นความสามารถของคนพิการและอยากให้โอกาสเรามากมายครับ”
คำพูดที่เขาพูดกับตัวเองเป็นพลังทางบวกซึ่งดึงเอาสิ่งดีๆเข้าหาชีวิตของเขา เมื่อเขาชนะรางวัลที่หนึ่งประกวดภาพยนต์สั้นเพื่อคนพิการ เรื่อง” เก็บยิ้ม” เขาได้ทั้งเงิน และโอกาสจริงๆ มีคนส่งงานมาให้เขาทั้งงานถ่ายภาพ ตัดต่อ เป็นพิธีกร และการเป็นแขกรับเชิญเพื่อแบ่งปันประสบการณ์
เขามีคำพูดทรงพลังเช่น”ผมอาจจะไม่สะดวกบ้าง แต่ก็สบายดีครับ”
“ผมอยากให้สังคมมองคนพิการที่ความสามารถ ไม่ใช่มองอย่างเวทนาสงสารและยื่นเงินให้ 5 บาท10 บาทแต่ให้โอกาสเขา แสดงศักยภาพ เขาทำอะไรหลายอย่างได้เหมือนคนปกติครับ”
เมื่อเรายื่นความช่วยเหลือให้แก่เขา เขามักจะตอบเราว่า”ไม่เป็นไรครับพี่ ผมช่วยตัวเองได้ ขอบคุณครับ”
“ผมอยากจะทำอะไรอีกมากมายครับ”
“ผมสนุกมากครับพี่ ทุกวันมีอะไรใหม่ๆ ให้ผมเรียนรู้”
ทุกวันนี้โสภณ ทำงานตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน ไม่เคยบ่นว่าเบื่องาน เขาส่งเงินให้แม่และน้องใช้ทุกเดือนแบ่งเงินบริจาคสร้างโรงเรียนให้เด็กชนบท และจ่ายค่าเทอมน้องคนเล็กที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย
ชีวิตของเขาเหลือแค่ครึ่งหนึ่ง แต่สามารถทำอะไรได้มากมาย แล้วเราล่ะครับ? มีอะไรมากมายกว่าโสภณ ยังจะเอาอะไรอีกครับ???














เราต้องให้กำลังใจตนเอง ว่า เราต้องอดทน ไม่ว่าสิ่งที่เกิดนั้นจะเป็นเช่นไรเราต้องทนให้ได้อย่ายอมแพ้เราต้องเดินไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง อย่าคิดถึงอดีต อดีตช่างมัน ทุกคนมีอดีตทั้งนั้น