<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>ความเห็นสำหรับ Thai Family Links Association | สมาคมสายใยครอบครัว</title>
	<atom:link href="http://www.thaifamilylink.net/?feed=comments-rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaifamilylink.net</link>
	<description>เพื่อผู้ป่วยโรคจิตเวช</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Aug 2010 13:18:12 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>ความเห็นบน เมื่อคุณเหลือครึ่งชีวิตจะพูดกับตัวเองอย่างไร โดย ตุ้ย</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=250&#038;cpage=1#comment-1795</link>
		<dc:creator>ตุ้ย</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2010 13:18:12 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=250#comment-1795</guid>
		<description>เราต้องให้กำลังใจตนเอง ว่า เราต้องอดทน ไม่ว่าสิ่งที่เกิดนั้นจะเป็นเช่นไรเราต้องทนให้ได้อย่ายอมแพ้เราต้องเดินไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง อย่าคิดถึงอดีต อดีตช่างมัน ทุกคนมีอดีตทั้งนั้น</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เราต้องให้กำลังใจตนเอง ว่า เราต้องอดทน ไม่ว่าสิ่งที่เกิดนั้นจะเป็นเช่นไรเราต้องทนให้ได้อย่ายอมแพ้เราต้องเดินไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง อย่าคิดถึงอดีต อดีตช่างมัน ทุกคนมีอดีตทั้งนั้น</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน กุสุมาลย์ สุทธิลออ แม่ดีเด่นสาขาแม่ดูแลลูกผู้ป่วยจิตเวช โดย อำมร บรรจง</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=252&#038;cpage=1#comment-1615</link>
		<dc:creator>อำมร บรรจง</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 13:58:19 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=252#comment-1615</guid>
		<description>รายการสื่อสายคลายทุกข์ คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2553นี้ ได้เรียนเชิญคุณแม่กุสุมาลย์พูดคุยประสบการณ์การดูแลลูกด้วยความรัก เสียสละ อดทน  เวลา 22.15-23.00 น. ทางคลื่นข่าว นิวส์ เน็ตเวิร์ค F.M.100.5 อสมท ขอเชิญติดตามรับฟังและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เนื่องในวันแม่ หรือ ฝากคำถาม ความคิดเห็นได้ที่  sms 4221005 โทรสาร 02-2459789</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>รายการสื่อสายคลายทุกข์ คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2553นี้ ได้เรียนเชิญคุณแม่กุสุมาลย์พูดคุยประสบการณ์การดูแลลูกด้วยความรัก เสียสละ อดทน  เวลา 22.15-23.00 น. ทางคลื่นข่าว นิวส์ เน็ตเวิร์ค F.M.100.5 อสมท ขอเชิญติดตามรับฟังและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เนื่องในวันแม่ หรือ ฝากคำถาม ความคิดเห็นได้ที่  sms 4221005 โทรสาร 02-2459789</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน ไบโพล่าร์บอส โดย เกศ</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=123&#038;cpage=1#comment-1591</link>
		<dc:creator>เกศ</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2010 05:45:26 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=123#comment-1591</guid>
		<description>ใช่คร้งแรกแพทย์บอกว่าเราซึมเศร้า แต่หลังจากนั้นมีอาการ  mania จึงรู้ว่าเป็นโรคนี้เสร้าใจมาก  โชคดีที่มีแม่อยู่ข้างๆ
กระนั้นเค้าก็ไม่เข้าใจอาการของเรา   โรคนี้ตัดโอกาสเรามาก  เรียนนิติ มธ. อยู่ ก็ไม่รู้เกิดอารมณ์อะไร ซิ่วไปเรียน นิเทศ จุฬา 
และกำลังเรียนอยู่  แบบงั้นๆๆ  เหมือนอารมณ์ขึ้นๆลงๆอ่านหนังสือสอบยากมาก  ใครเป็นแบบเราบ้่าง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ใช่คร้งแรกแพทย์บอกว่าเราซึมเศร้า แต่หลังจากนั้นมีอาการ  mania จึงรู้ว่าเป็นโรคนี้เสร้าใจมาก  โชคดีที่มีแม่อยู่ข้างๆ<br />
กระนั้นเค้าก็ไม่เข้าใจอาการของเรา   โรคนี้ตัดโอกาสเรามาก  เรียนนิติ มธ. อยู่ ก็ไม่รู้เกิดอารมณ์อะไร ซิ่วไปเรียน นิเทศ จุฬา<br />
และกำลังเรียนอยู่  แบบงั้นๆๆ  เหมือนอารมณ์ขึ้นๆลงๆอ่านหนังสือสอบยากมาก  ใครเป็นแบบเราบ้่าง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน เข็มบ่งเสี้ยน โดย Lek</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=778&#038;cpage=1#comment-1481</link>
		<dc:creator>Lek</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 05:25:37 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=778#comment-1481</guid>
		<description>บทความนี้อ่านแล้วมีประโยชน์มากครับ แต่ผมสงสัยว่าการทำจิตบำบัดซึ่งผมเองก็ไม่ทราบวิธีการนั้นทำไมจึงจะสามารถดึงปมลึกที่อยู่ในใจให้ออกมาเห็นชัดและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องได้จนสามารถทำให้ปมเหล่านั้นหายออกไปจากจิตใจได้ และผมสามารถที่จะค้นหาปมในใจด้วยตนเองและทำการรักษาเองได้หรือไม่ครับ?
ผมเป็นโรคซึมเศร้ามา 4 ปี และอาการกำเริบเกือบทุกปี รวม 3 ครั้งและทุกครั้งจะทุกข์ทรมานมากในระหว่างกินยาจนกระทั่งกลับมาเป็นปกติซึ่งครั้งหลังนี้จะใช้เวลาร่วม 3 สัปดาห์จึงจะเริ่มดีครับ ไม่ทราบว่าจะมีปมในใจซึ่งหาไม่พบหรือไม่ครับ? 
ขอคำชี้แนะด้วยครับ...ขอบคุณครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้อ่านแล้วมีประโยชน์มากครับ แต่ผมสงสัยว่าการทำจิตบำบัดซึ่งผมเองก็ไม่ทราบวิธีการนั้นทำไมจึงจะสามารถดึงปมลึกที่อยู่ในใจให้ออกมาเห็นชัดและวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องได้จนสามารถทำให้ปมเหล่านั้นหายออกไปจากจิตใจได้ และผมสามารถที่จะค้นหาปมในใจด้วยตนเองและทำการรักษาเองได้หรือไม่ครับ?<br />
ผมเป็นโรคซึมเศร้ามา 4 ปี และอาการกำเริบเกือบทุกปี รวม 3 ครั้งและทุกครั้งจะทุกข์ทรมานมากในระหว่างกินยาจนกระทั่งกลับมาเป็นปกติซึ่งครั้งหลังนี้จะใช้เวลาร่วม 3 สัปดาห์จึงจะเริ่มดีครับ ไม่ทราบว่าจะมีปมในใจซึ่งหาไม่พบหรือไม่ครับ?<br />
ขอคำชี้แนะด้วยครับ&#8230;ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน สารเคมีในสมอง&#8230;.สาเหตุแห่งความทุกข์ระทม โดย Lek</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=804&#038;cpage=1#comment-1480</link>
		<dc:creator>Lek</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 04:54:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.thaifamilylink.net/?p=804#comment-1480</guid>
		<description>เห็นด้วยครับกับคุณPeeที่ว่าตัวหนังสือเล็กเกินไป
ผมได้อ่านจนจบแล้วพบว่ามีประโยชน์มากครับ เพราะผมก็เป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกันซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนหลังจากการเป็นไข้หวัดใหญ่ และไม่สามารถหาทางออกให้กับตนเองได้จากอาการหดหู่ที่ทรมานจนคิดฆ่าตัวตายแต่โชคดีที่ได้โทรปรึกษาคุณน้าซึ่งเป็นจิตแพทย์และได้วิคราะห์ว่าเป็นโรคซึมเศร้าและได้บรรยายอาการให้ฟัง หลังจากนั้นก็ได้กินยา Fulox รักษาจนหาย 
อย่างไรก็ตาม ผมได้เกิดอาการดังกล่าวซ้ำอีกปีละครั้งจนกระทั่งปัจจุบันเป็นครั้งที่ 3แล้วและได้กินยามาเป็นเวลาเกือบ 3 สัปดาห์จึงเริ่มดีขึ้น ทุกครั้ที่เป็นจะทรมานมากทุกข์สุดขีดเหมือนตกนรกทั้งเป็นและนับรอวันที่จะกลับมาเป็นปกติ การกินยาในช่วงแรกก็ให้ผลข้างเคียงที่มาก เช่น ร้อนไปหมดทั้งตัวเหมือนไฟไหม้ อารมณ์เศร้าแปรปรวนมาก...ขอโทษครับที่เขียนมายาวเพื่อระบายอาการแต่ไม่รู้จะเขียนให้ใครทราบนอกจากผู้ที่เป็นโรคเดียวกัน</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นด้วยครับกับคุณPeeที่ว่าตัวหนังสือเล็กเกินไป<br />
ผมได้อ่านจนจบแล้วพบว่ามีประโยชน์มากครับ เพราะผมก็เป็นโรคซึมเศร้าเหมือนกันซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4 ปีก่อนหลังจากการเป็นไข้หวัดใหญ่ และไม่สามารถหาทางออกให้กับตนเองได้จากอาการหดหู่ที่ทรมานจนคิดฆ่าตัวตายแต่โชคดีที่ได้โทรปรึกษาคุณน้าซึ่งเป็นจิตแพทย์และได้วิคราะห์ว่าเป็นโรคซึมเศร้าและได้บรรยายอาการให้ฟัง หลังจากนั้นก็ได้กินยา Fulox รักษาจนหาย<br />
อย่างไรก็ตาม ผมได้เกิดอาการดังกล่าวซ้ำอีกปีละครั้งจนกระทั่งปัจจุบันเป็นครั้งที่ 3แล้วและได้กินยามาเป็นเวลาเกือบ 3 สัปดาห์จึงเริ่มดีขึ้น ทุกครั้ที่เป็นจะทรมานมากทุกข์สุดขีดเหมือนตกนรกทั้งเป็นและนับรอวันที่จะกลับมาเป็นปกติ การกินยาในช่วงแรกก็ให้ผลข้างเคียงที่มาก เช่น ร้อนไปหมดทั้งตัวเหมือนไฟไหม้ อารมณ์เศร้าแปรปรวนมาก&#8230;ขอโทษครับที่เขียนมายาวเพื่อระบายอาการแต่ไม่รู้จะเขียนให้ใครทราบนอกจากผู้ที่เป็นโรคเดียวกัน</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน ชีวิตใหม่ที่ศรีธัญญา โดย ยศศิริ</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=152&#038;cpage=1#comment-1052</link>
		<dc:creator>ยศศิริ</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 05:20:18 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=152#comment-1052</guid>
		<description>เรียนท่านเจ้าของบทความนี้ครับ
     ผมอ่านแล้วรู้สึกสนใจ  คือคุณพ่อของผมอายุ 84 ปี ท่านไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อประมาณเดือน พ.ย.52
เริ่มแรกมีอาการไข้หนาวสั่น ผมนึกว่าเป็นไข้ธรรมดาก็พาไปหาหมอคลีนิคอาการดีขึ้นแล้วก็กลับไปเป็นอีกหาหมอคลีนิคอยู่ 3 ครั้ง ก็ตัดสินใจพาเข้า รพ.เอกชนแห่งหนึ่งแต่ก่อนเข้ามีอาการเพิ่มเติมคือปวดทีสะโพกด้านขวา ปวดมากต้องกินยาแก้ปวดทุกวัน พาไปหาหมอกระดูกหมอก็ยังไม่กล้ารักษาบอกอายุเยอะแล้วและยาแรง และผลเอกซ์เรย์เห็นเหมือนมีนิ่วเลยให้ไปหาหมอทางเดินปัสสาวะก่อน(ในอาทิตย์ถัดไป) เพราะอาการปวดสะโพกอาจจะมาจากสาเหตุนี้  คุณพ่อผมแกมีอาการท้องผูกอยู่เป็นประจำบางครั้งต้องใช้ยาระบายปรากฎว่าผมซื้อยามาแรงไปพ่อถ่ายท้องได้ประมาณ 8 ครั้งผมจึงนำเข้า รพ.เอกชนและเล่าอาการต่างๆตั้งแต่แรกรวมทั้งปวดหลังและที่หมอสงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่ว  หมอที่รพ.นี้นำพ่อผมไปตรวจเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่ลำไส้ใหญ่ และมาแจ้งว่าลำไส้ใหญ่อักเสบแต่อาการปวดสะโพกขวานี้ไม่น่าจะมีผลจากลำไส้ใหญ่อักเสบ จึงจะขอทำ MRI ที่หลังเพื่อตรวจดู (ตอนนั้นนอน รพ.มาประมาณ 2 คืนแล้ว) ผมจึงคิดว่าผมจะไปทำ MRI ที่ รพ.รัฐดีกว่าเพราะเบิกได้ จึงออกจาก รพ.เอกชนนี้ไปเข้าฉุกเฉินในวันนั้น ที่รพ.ของรัฐ ปรากฎว่าหมอตรวจพบว่าคุณพ่อมีความเข้มข้นเลือดต่ำผิดปกติ  จึงให้เลือด 2 ถุงและให้หยุดยา แอสไพลิน(ยาระลายลิ่มเลือด คุณพ่อมีโรคประจำตัว ความดันสูง, เส้นโลหิตสมองตีบ,ตาเป็นต้อหิน) แต่หาสาเหตุไม่พบว่าเลือดออกไปทางไหน(ตรวจอุจจาระ, และเช็คเลือดอีก 2 อาทิตย์ถัดมาปกติ)หมอให้กลับบ้าน กลับมาก็มีอาการปวดสะโพกขวาอยู่เหมือนเดิมต้องกินยาแก้ปวดเป็นประจำ จึงกลับไปหาหมอกระดูกอีกครั้งแต่เปลี่ยนคน หมอท่านนี้รักษาโดยฉีดยาเข้าไปที่ๆปวดและให้ยาแก้ปวดมาบอกว่าให้ทานเฉพาะเวลาปวดเท่านั้น  กลับมาบ้านได้ 2-3 อาทิตย์ก็ปวดอีกเหมือนเดิม  แต่ไม่ทราบเป็นเพราะอะไรคุณพ่อผมท่านล้มแล้วปรากฎว่าสะโพกด้านขวาที่เคยปวดหายไปไปปวดที่ด้านซ้ายแทน(ผมงงมากมันเกี่ยวกันยังไง) พอถึงตอนนี้ปวดสะโพกด้านซ้ายอยู่เกือบเดือนมีอาการเพิ่มขึ้นมาคือเริ่มทานอาหารไม่ได้ ล่าสุดเืบื่ออาหารมากท่านได้แต่ ข้าวต้มกับไข่เค็มและทานได้ไม่กี่คำ  จึงพาเข้า รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง(คนล่ะแห่งกับที่แรก)  หมอทำ MRI พบว่าติดเชื่อที่ข้อต่อกระดูกแถวสะโพกด้านซ้าย(ในภาพหมอบอกว่ามองเห็นถุงหนอง) ผมก็เข้าใจว่าอาการเบื่ออาหารคงเป็นจากสาเหตุนี้เดียวรักษาเรื่องนี้เสร็จคงจะหายจากเบื่ออาหาร ส่วนเรื่องอื่นๆที่หมอตรวจปกติดีหมด  หมอแจ้งให้ทราบว่ามีการติดเชื้อแต่ไม่ทราบว่าเป็นเชื่ออะไรแต่ให้ยาฆ่าเชื่อแบคทีเรียไว้ก่อน ให้มาได้ประมาณ 10 วันอาการทุกอย่างยังเหมือนเดิม ปวดสะโพกซ้ายและเบื่ออาหารมาก  หมอบอกว่าที่ รพ.ไม่กล้าผ่าตัดเพราะคุณพ่อผมอายุมากแล้ว  ผมจึงติดต่อเข้าผ่าตัดที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่งซึ่งการผ่าตัดก็เป็นไปด้วยดีแต่เพราะเชื้อแล้วก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าเป็นเชื้ออะไรหมอบอกว่าตอนผ่าไปพบว่าไม่มีถุงหนองแล้วมีแต่เนื้อจึงนำเนื้อในส่วนนั้นมาตรวจแต่ไม่พบเชื้อ  หลังจากผ่าตัดอาการปวดที่สะโพกซ้ายหายไป  แต่อาการเบื่ออาหารยังเป็นอยู่เหมือนเดิม นอนรพ.นี้อยู่ เดือนกว่าๆอาการเบื่ออาหารก็ยังไม่ดีขึ้นหมอจึงใส่สายอาหารเส้นเล็ก(เบอร์ 12 มั้งครับ)แต่ให้กลับบ้านเพราะอาการที่หมอรับรักษาคือเรื่องติดเชื้อหายแล้ว และถ้าทานอาหารได้ให้กลับมาถอดสายอาหาร  ระหว่างนอนอยู่ 1 เดือนมีอาการหลงผิดปกติเห็นคนมายืนข้างๆ  กินยาแล้วบอกว่ายังไม่ได้กินน้ำทั้งๆที่กินแล้วและแกนอนหลับไปแล้ว ฯลฯ หมอบอกว่าคงจะเป็นเพราะโซเดียมต่ำ  กลับมาบ้านอยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่งยังเบื่ออาหารเหมือนเดิมและมีอาการผิดปกติมากขึ้น มีอาการปัสสาวะและอุจจาระแล้วไม่บอก ถามว่าทำไมแกจึงไม่บอกแกบอกว่าแกไม่รู้  ผมจึงพาเข้ารพ.เอกชน รพ.เดิมหมอตรวจเลือดทุกอย่างปกติดี แต่ขณะนอน รพ.ได้ 2 วันมีอาการทางประสาทมากขึ้นคือ ขณะนอนหลับตาแต่ยกมือขึ้นลงทั้ง 2 ข้างทำท่าแปลกๆถามแกว่าทำอะไรแกบอกว่ากำลัง scan สมองอยู่ตอบทั้งๆที่หลับตาอยู่(แต่อาการที่เป็นมากขึ้นอาจจะเป็นเพราะยานอนหลับที่หมอให้ สังเกตุดูถ้าแกทานยานอนหลับแกจะมีอาการแบบนี้อยู่ 1-2 วัน)  ผมเห็นอาการแบบนี้แล้วจึงกังวัลเรื่องของสมองเสื่อมจึงขอหมอออกจากรพ.และไปรักษาสมองที่รพ.รัฐแห่งหนึ่งที่เพื่อนผมแนะนำมา  ไปตรวจมาแล้วคุณหมอบอกว่าอาการแปลกๆที่ผมว่ามานั้นเป็นเพราะแกอายุมากและป่วยมานานจึงมีอาการดังกล่าวให้ยามาทานก่อนนอน 1 เม็ด และนัดอีก 3 อาทิตย์ให้มาพบพร้อมกับเจาะเลือดตามรายการที่หมอสั่ง  ปัจจุบันทานยามาได้เกือบ 2 อาิทิตย์แล้วอาการผิดปกติ(เกี่ยวกับประสาท) หายไปมาก  แต่มีปัญหาสำคัญคือเบื่ออาหารยังเป็นต่อเนื่องและเมื่อก่อนที่จะพาไปหาหมอสมองท่านนี้พ่อผมได้ดึงสายอาหารออกไปแล้ว  ผมจึงลองให้ท่านทานเองแบบไม่ต้องใช้สาย  ก็ยังถือว่ายังทานได้น้อยครับ  

       ผมอ่านบทความนี้แล้ว  จึงอยากจะขอความเห็นว่าอาการแบบคุณพ่อผมแบบนี้สามารถไปรักษากับคุณหมอสมรัก  ชูวานิชวงศ์ ได้ไหมครับ และจะกลับมาทานอาหารได้เหมือนเดิมไหมครับเพราะก่อนป่วยหนักคราวนี้  คุณพ่อผมก็ทานข้าวได้ปกติครับ (คุณพ่อผมไม่สบายประมาณเดือน พ.ย.52 - ปัจจุบัน) ถ้ามีข้อแนะนำอย่างไรช่วยติดต่อผมผ่านทาง email ของผมด้วยครับ

ขอบคุณครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เรียนท่านเจ้าของบทความนี้ครับ<br />
     ผมอ่านแล้วรู้สึกสนใจ  คือคุณพ่อของผมอายุ 84 ปี ท่านไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อประมาณเดือน พ.ย.52<br />
เริ่มแรกมีอาการไข้หนาวสั่น ผมนึกว่าเป็นไข้ธรรมดาก็พาไปหาหมอคลีนิคอาการดีขึ้นแล้วก็กลับไปเป็นอีกหาหมอคลีนิคอยู่ 3 ครั้ง ก็ตัดสินใจพาเข้า รพ.เอกชนแห่งหนึ่งแต่ก่อนเข้ามีอาการเพิ่มเติมคือปวดทีสะโพกด้านขวา ปวดมากต้องกินยาแก้ปวดทุกวัน พาไปหาหมอกระดูกหมอก็ยังไม่กล้ารักษาบอกอายุเยอะแล้วและยาแรง และผลเอกซ์เรย์เห็นเหมือนมีนิ่วเลยให้ไปหาหมอทางเดินปัสสาวะก่อน(ในอาทิตย์ถัดไป) เพราะอาการปวดสะโพกอาจจะมาจากสาเหตุนี้  คุณพ่อผมแกมีอาการท้องผูกอยู่เป็นประจำบางครั้งต้องใช้ยาระบายปรากฎว่าผมซื้อยามาแรงไปพ่อถ่ายท้องได้ประมาณ 8 ครั้งผมจึงนำเข้า รพ.เอกชนและเล่าอาการต่างๆตั้งแต่แรกรวมทั้งปวดหลังและที่หมอสงสัยว่าอาจจะเป็นนิ่ว  หมอที่รพ.นี้นำพ่อผมไปตรวจเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่ลำไส้ใหญ่ และมาแจ้งว่าลำไส้ใหญ่อักเสบแต่อาการปวดสะโพกขวานี้ไม่น่าจะมีผลจากลำไส้ใหญ่อักเสบ จึงจะขอทำ MRI ที่หลังเพื่อตรวจดู (ตอนนั้นนอน รพ.มาประมาณ 2 คืนแล้ว) ผมจึงคิดว่าผมจะไปทำ MRI ที่ รพ.รัฐดีกว่าเพราะเบิกได้ จึงออกจาก รพ.เอกชนนี้ไปเข้าฉุกเฉินในวันนั้น ที่รพ.ของรัฐ ปรากฎว่าหมอตรวจพบว่าคุณพ่อมีความเข้มข้นเลือดต่ำผิดปกติ  จึงให้เลือด 2 ถุงและให้หยุดยา แอสไพลิน(ยาระลายลิ่มเลือด คุณพ่อมีโรคประจำตัว ความดันสูง, เส้นโลหิตสมองตีบ,ตาเป็นต้อหิน) แต่หาสาเหตุไม่พบว่าเลือดออกไปทางไหน(ตรวจอุจจาระ, และเช็คเลือดอีก 2 อาทิตย์ถัดมาปกติ)หมอให้กลับบ้าน กลับมาก็มีอาการปวดสะโพกขวาอยู่เหมือนเดิมต้องกินยาแก้ปวดเป็นประจำ จึงกลับไปหาหมอกระดูกอีกครั้งแต่เปลี่ยนคน หมอท่านนี้รักษาโดยฉีดยาเข้าไปที่ๆปวดและให้ยาแก้ปวดมาบอกว่าให้ทานเฉพาะเวลาปวดเท่านั้น  กลับมาบ้านได้ 2-3 อาทิตย์ก็ปวดอีกเหมือนเดิม  แต่ไม่ทราบเป็นเพราะอะไรคุณพ่อผมท่านล้มแล้วปรากฎว่าสะโพกด้านขวาที่เคยปวดหายไปไปปวดที่ด้านซ้ายแทน(ผมงงมากมันเกี่ยวกันยังไง) พอถึงตอนนี้ปวดสะโพกด้านซ้ายอยู่เกือบเดือนมีอาการเพิ่มขึ้นมาคือเริ่มทานอาหารไม่ได้ ล่าสุดเืบื่ออาหารมากท่านได้แต่ ข้าวต้มกับไข่เค็มและทานได้ไม่กี่คำ  จึงพาเข้า รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง(คนล่ะแห่งกับที่แรก)  หมอทำ MRI พบว่าติดเชื่อที่ข้อต่อกระดูกแถวสะโพกด้านซ้าย(ในภาพหมอบอกว่ามองเห็นถุงหนอง) ผมก็เข้าใจว่าอาการเบื่ออาหารคงเป็นจากสาเหตุนี้เดียวรักษาเรื่องนี้เสร็จคงจะหายจากเบื่ออาหาร ส่วนเรื่องอื่นๆที่หมอตรวจปกติดีหมด  หมอแจ้งให้ทราบว่ามีการติดเชื้อแต่ไม่ทราบว่าเป็นเชื่ออะไรแต่ให้ยาฆ่าเชื่อแบคทีเรียไว้ก่อน ให้มาได้ประมาณ 10 วันอาการทุกอย่างยังเหมือนเดิม ปวดสะโพกซ้ายและเบื่ออาหารมาก  หมอบอกว่าที่ รพ.ไม่กล้าผ่าตัดเพราะคุณพ่อผมอายุมากแล้ว  ผมจึงติดต่อเข้าผ่าตัดที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่งซึ่งการผ่าตัดก็เป็นไปด้วยดีแต่เพราะเชื้อแล้วก็ยังไม่ทราบอยู่ดีว่าเป็นเชื้ออะไรหมอบอกว่าตอนผ่าไปพบว่าไม่มีถุงหนองแล้วมีแต่เนื้อจึงนำเนื้อในส่วนนั้นมาตรวจแต่ไม่พบเชื้อ  หลังจากผ่าตัดอาการปวดที่สะโพกซ้ายหายไป  แต่อาการเบื่ออาหารยังเป็นอยู่เหมือนเดิม นอนรพ.นี้อยู่ เดือนกว่าๆอาการเบื่ออาหารก็ยังไม่ดีขึ้นหมอจึงใส่สายอาหารเส้นเล็ก(เบอร์ 12 มั้งครับ)แต่ให้กลับบ้านเพราะอาการที่หมอรับรักษาคือเรื่องติดเชื้อหายแล้ว และถ้าทานอาหารได้ให้กลับมาถอดสายอาหาร  ระหว่างนอนอยู่ 1 เดือนมีอาการหลงผิดปกติเห็นคนมายืนข้างๆ  กินยาแล้วบอกว่ายังไม่ได้กินน้ำทั้งๆที่กินแล้วและแกนอนหลับไปแล้ว ฯลฯ หมอบอกว่าคงจะเป็นเพราะโซเดียมต่ำ  กลับมาบ้านอยู่ประมาณอาทิตย์หนึ่งยังเบื่ออาหารเหมือนเดิมและมีอาการผิดปกติมากขึ้น มีอาการปัสสาวะและอุจจาระแล้วไม่บอก ถามว่าทำไมแกจึงไม่บอกแกบอกว่าแกไม่รู้  ผมจึงพาเข้ารพ.เอกชน รพ.เดิมหมอตรวจเลือดทุกอย่างปกติดี แต่ขณะนอน รพ.ได้ 2 วันมีอาการทางประสาทมากขึ้นคือ ขณะนอนหลับตาแต่ยกมือขึ้นลงทั้ง 2 ข้างทำท่าแปลกๆถามแกว่าทำอะไรแกบอกว่ากำลัง scan สมองอยู่ตอบทั้งๆที่หลับตาอยู่(แต่อาการที่เป็นมากขึ้นอาจจะเป็นเพราะยานอนหลับที่หมอให้ สังเกตุดูถ้าแกทานยานอนหลับแกจะมีอาการแบบนี้อยู่ 1-2 วัน)  ผมเห็นอาการแบบนี้แล้วจึงกังวัลเรื่องของสมองเสื่อมจึงขอหมอออกจากรพ.และไปรักษาสมองที่รพ.รัฐแห่งหนึ่งที่เพื่อนผมแนะนำมา  ไปตรวจมาแล้วคุณหมอบอกว่าอาการแปลกๆที่ผมว่ามานั้นเป็นเพราะแกอายุมากและป่วยมานานจึงมีอาการดังกล่าวให้ยามาทานก่อนนอน 1 เม็ด และนัดอีก 3 อาทิตย์ให้มาพบพร้อมกับเจาะเลือดตามรายการที่หมอสั่ง  ปัจจุบันทานยามาได้เกือบ 2 อาิทิตย์แล้วอาการผิดปกติ(เกี่ยวกับประสาท) หายไปมาก  แต่มีปัญหาสำคัญคือเบื่ออาหารยังเป็นต่อเนื่องและเมื่อก่อนที่จะพาไปหาหมอสมองท่านนี้พ่อผมได้ดึงสายอาหารออกไปแล้ว  ผมจึงลองให้ท่านทานเองแบบไม่ต้องใช้สาย  ก็ยังถือว่ายังทานได้น้อยครับ  </p>
<p>       ผมอ่านบทความนี้แล้ว  จึงอยากจะขอความเห็นว่าอาการแบบคุณพ่อผมแบบนี้สามารถไปรักษากับคุณหมอสมรัก  ชูวานิชวงศ์ ได้ไหมครับ และจะกลับมาทานอาหารได้เหมือนเดิมไหมครับเพราะก่อนป่วยหนักคราวนี้  คุณพ่อผมก็ทานข้าวได้ปกติครับ (คุณพ่อผมไม่สบายประมาณเดือน พ.ย.52 &#8211; ปัจจุบัน) ถ้ามีข้อแนะนำอย่างไรช่วยติดต่อผมผ่านทาง email ของผมด้วยครับ</p>
<p>ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน ปัญหาเข้าไม่ถึงยาจิตเวชใหม่ วิกฤตจิตสังคมที่ต้องรับผิดชอบ โดย extrateng1</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=228&#038;cpage=1#comment-813</link>
		<dc:creator>extrateng1</dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Jun 2010 06:05:00 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=228#comment-813</guid>
		<description>ผมต้องการซื้อยาเกี่ยวกับโรค แพนิคดิสออเดอร์ ซึ่งหาซื้อเองไม่ได้ต้องให้แพทย์สั่งอีกประการหนึ่งไม่มีประกันสังคม เพราะยาประเภทนี้ไ่ม่แน่ใจว่าได้อยู่ในหลักประกันสังคมหรือเปล่า


ขอเบอร์ติดต่อกลับด้วยครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ผมต้องการซื้อยาเกี่ยวกับโรค แพนิคดิสออเดอร์ ซึ่งหาซื้อเองไม่ได้ต้องให้แพทย์สั่งอีกประการหนึ่งไม่มีประกันสังคม เพราะยาประเภทนี้ไ่ม่แน่ใจว่าได้อยู่ในหลักประกันสังคมหรือเปล่า</p>
<p>ขอเบอร์ติดต่อกลับด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน คุยกับหมอสมรัก โดย วิไลลักษณ์ สายทอง</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=27&#038;cpage=1#comment-696</link>
		<dc:creator>วิไลลักษณ์ สายทอง</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 May 2010 08:52:59 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=27#comment-696</guid>
		<description>คือมีเรื่องที่อยากปรึกษาใครสักคนตอนนี้ตัวฉันเองก็เริ่มที่จะท้อในการใช้ชีวิต ไม่รู้ทำไมฉันพยายามทำเพื่อใครหลายคนให้เขาสบายใจที่สุดแต่เปล่าความจริงแล้วฉันอาจทำอะไรเพื่อตัวเองอยู่ก้ได้ ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วกลุ้มใจอย่างมากอะไรที่ไม่ดีฉันก็พยยามปรับปรุงอาจจะไม่ดีแต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่ได้ทำลงไป</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>คือมีเรื่องที่อยากปรึกษาใครสักคนตอนนี้ตัวฉันเองก็เริ่มที่จะท้อในการใช้ชีวิต ไม่รู้ทำไมฉันพยายามทำเพื่อใครหลายคนให้เขาสบายใจที่สุดแต่เปล่าความจริงแล้วฉันอาจทำอะไรเพื่อตัวเองอยู่ก้ได้ ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วกลุ้มใจอย่างมากอะไรที่ไม่ดีฉันก็พยยามปรับปรุงอาจจะไม่ดีแต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่ได้ทำลงไป</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน กุสุมาลย์ สุทธิลออ แม่ดีเด่นสาขาแม่ดูแลลูกผู้ป่วยจิตเวช โดย ศูนย์พนิดา-อินเตอร์กรุ๊ป</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=252&#038;cpage=1#comment-569</link>
		<dc:creator>ศูนย์พนิดา-อินเตอร์กรุ๊ป</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 07:10:45 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=252#comment-569</guid>
		<description>*ห.จ.ก.พนิดา-อินเตอร์กรุ๊ป*
บริการจัดส่งพนักงาน/3อัดตรา/
*พนักงานแม่บ้านและแม่ครัว
*พนักงานพี่เลี้ยงเด็กเล็กและเด็กโต
*พนักงานดูแลคนชราและเฝ้าไข้
*อัดตราค่าบริการ/6500-10000บาทต่อเดือน
*นักงานทุกคนได้ผ่านการอบรมอย่างถูกวิธี
*สนใจติดต่อโทร/02-818-21-34
/086-021-9656
/คุณศักดิ์ชัย/</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>*ห.จ.ก.พนิดา-อินเตอร์กรุ๊ป*<br />
บริการจัดส่งพนักงาน/3อัดตรา/<br />
*พนักงานแม่บ้านและแม่ครัว<br />
*พนักงานพี่เลี้ยงเด็กเล็กและเด็กโต<br />
*พนักงานดูแลคนชราและเฝ้าไข้<br />
*อัดตราค่าบริการ/6500-10000บาทต่อเดือน<br />
*นักงานทุกคนได้ผ่านการอบรมอย่างถูกวิธี<br />
*สนใจติดต่อโทร/02-818-21-34<br />
/086-021-9656<br />
/คุณศักดิ์ชัย/</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>ความเห็นบน เข้าใจโรคจิตเวช โดย แปลภาษาอังกฤษ</title>
		<link>http://www.thaifamilylink.net/?p=79&#038;cpage=1#comment-343</link>
		<dc:creator>แปลภาษาอังกฤษ</dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 02:22:18 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://61.19.246.152/~saiyai/?p=79#comment-343</guid>
		<description>เป็นแง่มุมที่ดีคับ เห็นด้วยนะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นแง่มุมที่ดีคับ เห็นด้วยนะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
