จิตสังคมวิวัฒน์ ด้วยทักษะชีวิต
ฉบับที่แล้ว…ผมได้เน้นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางจิตสังคมให้มีความหลากหลาย เข้าถึงได้ ตามมาตรฐานสากล และมุ่งมั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ชีวิตของผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตที่มีความสุขด้วยพลังใจของประชากรไทย…ฉบับนี้จะต่อยอดการพัฒนาทักษะ ชีวิตเพื่อให้เกิด “จิตสังคมวิวัฒน์ คือ ความต้องการของมนุษย์ด้วยความคิดที่ดีเพื่อนำพาตนเองและผู้อื่นให้เป็นพลเมืองดีของสังคม”
จิตสังคมวิวัฒน์ของผู้ให้และผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตของไทยกำลังพัฒนามุมมองของการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น การสัมมนาความคิดเห็นจากประสบการณ์ชีวิตของผู้รับบริการสู่การพัฒนาระบบสุขภาพจิตสังคมที่มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล และมีความคุ้มค่า การเน้นความสำคัญของพลังชีวิตที่มีความหวัง แก่ผู้รับบริการด้านสุขภาพจิต การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคม รวมทั้งการให้ความสำคัญในสิทธิของผู้รับบริการด้านสุขภาพจิต แต่อย่างไรก็ตามทั้งผู้ให้และผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตของไทยควรศึกษาประวัติศาสตร์ของการขับเคลื่อนรูปแบบการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อสุขภาพจิตด้วย
ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ระบบสุขภาพจิตสังคมที่มีคุณภาพเกิดจากจิตสังคมวิวัฒน์แห่งพลังมวลชนที่ริเริ่ม ความคิดที่ดี แล้วผลักดันให้ขับเคลื่อนอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของประชากรโลก เริ่ม จากการเคลื่อนไหวกรอบความคิดทางการแพทย์ที่เน้น การวินิจฉัยและการรักษาโรคจิตเวชด้วยยาและจิตบำบัด ภายในสถานพยาบาล สู่การขับเคลื่อนกรอบความคิดทางการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคมที่เน้นนักวิชาชีพ เข้ามาประเมินและจัดกระบวนการบำบัดที่หลากหลายร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ภายในสถานพยาบาลเมื่อปี ค.ศ. 1940 จากนั้นผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตเกิดความต้องการ มีพลังชีวิตและเป็นพลเมืองดีของสังคม จึงเกิด แรงขับเคลื่อนกรอบความคิดการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคมที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างการบำบัดฟื้นฟูในสถานพยาบาล การเตรียมความพร้อมทางทักษะชีวิตที่เหมาะสมนอก สถานพยาบาล ได้แก่ บ้าน ที่ทำงาน สถานที่ใช้เวลาว่าง ชุมนุมชน และพื้นที่ของสังคมที่สามารถแสดงคุณค่า ของผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตที่มีคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างจากบุคคลทั่วไป ดังนั้น “ถ้าผู้รับบริการไม่แสดงบทบาทที่มีพลังชีวิตของการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคม นั่นอาจเป็นเพราะผู้รับบริการได้รับข้อมูลเชิงลบต่อการพัฒนาความสามารถและศักยภาพ”
การพัฒนาทักษะชีวิตที่เป็น จิตสังคมวิวัฒน์ของประเทศที่พัฒนาแล้วในปี ค.ศ. 1970 ได้เริ่มต้นจาก การเพิ่มบรรยากาศของการให้บริการทางการแพทย์ด้วยความเป็นเพื่อนมนุษย์ การ ลดจำนวนวันที่พักฟื้นในสิ่งแวดล้อมทางการแพทย์ การจำกัดการเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการที่กำลังอยู่ในระบบการ ดูแลรักษาและการบำบัดฟื้นฟูภายในสถานพยาบาลให้ตระหนักถึงคุณค่าของกิจกรรมการดำเนินชีวิตในสถานการณ์จริง การเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่ผู้รับบริการในเรื่องการจัดการอาการป่วยและความบกพร่องทางจิตสังคม การเพิ่มจำนวนผู้รับบริการที่มีความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนอกสถานพยาบาล การเพิ่มคุณค่าในการรักษาและการดูแลผู้รับบริการในชุมชน การลดอุปสรรคในการให้บริการตามความต้องการของผู้รับบริการในโรงพยาบาล และชุมชน การเลือกใช้สื่อการรักษาปัญหาด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตสังคมด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม และการเพิ่มกลุ่มดูแลตนเองเพื่อพัฒนาทักษะ การทำงาน ทักษะการใช้ชีวิต และทักษะทางสังคมอย่างอิสระโดยไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่นและเกิดประสิทธิผลทาง สังคม นั่นคือผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตต้องไม่รู้สึก “อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่อยู่ด้วยจิตสังคมวิวัฒน์”
กรอบอ้างอิงทางสุขภาพจิตสังคมวิวัฒน์ในปัจจุบัน ได้พัฒนาเป็น “บ้านน้ำพุ หรือ ฟาวน์เทนน์เฮาส์” คือ การให้บริการด้านสุขภาพจิตแบบองค์รวม โดยตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการที่หลากหลาย เน้นการพัฒนาความสามารถและความดีของผู้รับบริการตลอดการทำกิจกรรม การดำเนินชีวิต สร้างบรรยากาศแห่งความหวัง เกิดพลังชีวิต มุ่งเป้าหมายเชิงบวก สร้างความเคารพนับถือระหว่าง ผู้ให้และผู้รับบริการ และมุ่งพัฒนาประสิทธิผลของชมรม การทำงานต่างๆ ซึ่งกรอบอ้างอิงนี้ได้ขับเคลื่อนพลังผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้บริการด้านสุขภาพจิตอย่างชัดเจนในปี ค.ศ. 1990 ได้แก่ การมีส่วนร่วมของผู้รับบริการในการวางแผนและกำหนดนโยบายด้านสุขภาพจิต การคัดเลือกผู้รับบริการที่มีความสามารถในการประเมินโปรแกรมทักษะชีวิต และการทดสอบสมรรถนะของผู้รับบริการที่มีความสามารถในการจัดโปรแกรมทักษะชีวิต ทั้งนี้ต้องอ้างอิงกรอบความคิดเรื่อง “ระบบการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคมอย่างธรรมชาติระหว่างบริบทของสถานพยาบาลกับบริบทของชีวิตผู้รับบริการ” ซี่งสรุปประเด็นที่สังคมไทย ควรตระหนักรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อวิจัยและพัฒนาระบบการให้และการรับบริการด้านสุขภาพจิตอย่างสมบูรณ์ ได้แก่ ความรู้เรื่องความเจ็บป่วย ความรู้เรื่องอาการแสดงและลำดับอาการของโรค ความรู้เรื่องผลกระทบของการรักษาที่ไม่เหมาะสม ความรู้เรื่องระบบการให้บริการในสถานพยาบาล ความเข้าใจในการปรับตัวต่อสถานะที่ถูกตีตราทางสังคม ความเข้าใจถึงข้อจำกัดในการ รับบริการตามความคาดหวัง ความเข้าใจถึงการฟื้นตัวที่ไร้จิตวิญญาณ ความเข้าใจถึงความยากจน การว่างงาน และการไม่มีบ้าน หลังความบกพร่องทางจิตสังคม และความหมดหวังในการเข้าถึงระบบการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคมที่สมบูรณ์
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ผู้ให้และผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตในสังคมไทยทุกท่านจะได้สร้างสรรค์ความหวังตลอดระยะเวลาการจัดโปรแกรมการฟื้นสุขภาวะทางจิตสังคม และสร้างสรรค์สัมพันธภาพด้วยความช่วยเหลือ ความไว้วางใจ ความเคารพคุณค่าของบุคคล ความเข้าใจในพลังชีวิตของแต่ละบุคคล ความต่อเนื่องของการสานพลังใจ ความช่วยเหลือที่บรรลุเป้าหมาย ความพร้อมในการจัดการองค์รวมของทักษะการใช้ชีวิต การทำงาน และการศึกษา โดยประสานงานกับแหล่งสนับสนุนทางสังคม ให้ความสำคัญกับต้นแบบของผู้ให้และผู้รับบริการ แบ่งปันเรื่องราวความสามารถในการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ ติดต่อองค์กรอิสระที่ช่วยเหลือผู้รับบริการอย่างครบวงจร มีส่วนร่วมวางแผนการรักษาและการฟื้นสุขภาวะ มีแรงขับเคลื่อนในการเป็นตัวแทนของผู้ให้และผู้รับบริการในการกำหนด และการประเมินนโยบายสุขภาพจิตของสังคมไทย
วันนี้คุณพร้อมที่จะเปิดใจ เปิดความคิด เปิดโอกาสให้มีทักษะชีวิตที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพื่อผู้อื่นอย่างมีความสุขสมบูรณ์ในช่วงชีวิตนี้หรือยังครับ พวกเราทุกคนมาช่วยเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกให้คิดว่า “เราและเขาไม่ใช่ผู้ป่วย เราและเขาไม่ต้องการให้ใครมาจัดการชีวิตทั้งหมด เราและเขาอยากพัฒนาทักษะชีวิตด้วยตนเองบ้าง ขอวัน เวลา สถานที่ และบุคคลที่สร้างโอกาสให้เราและเขาได้มีพลังชีวิตและมีความหวังในการเป็นพลเมืองดีของโลกด้วย”
ก้าวย่างสู่เส้นทาง การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวช
ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง













สมาคมสายใยครอบครัวเป็นเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้อยู่กับ โรคจิตเวช ผ่านการศึกษา การสนับสนุน และการเป็นปากเป็นเสียงแทน ทำงานเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลโดยไม่หวังผลกำไร สมาคมสายใยครอบครัวได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีอาสาสมัครจากกลุ่มนักวิชาชีพด้านสุขภาพจิต ผู้ป่วย ผู้ดูแล และบุคคลทั่วไป 