subscribe: Posts | Comments

การลงทุนในบริษัทชีวิตคู่จำกัด

0 comments
การลงทุนในบริษัทชีวิตคู่จำกัด

การแต่งงาน เป็นการตัดสินใจผูกพันตนเองของคนสองคน ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะมั่งมีหรือยากจน จะดูแลซึ่งกันและกันไม่ว่าในยามสุขสบายหรือเจ็บป่วย จะยอมรับให้เกียรติและซื่อสัตย์ต่อกันเสมอจนกว่าจะตายจากกันไป ทั้งสองมีหน้าที่สร้างเสริมชีวิตคู่ให้เติบโต แข็งแรง สวยงาม ทั้งต้องปกป้องชีวิตคู่ให้พ้นจากสิ่งที่จะมาบ่อนทำลาย บางครั้งเราเรียกคู่สมรสว่าเป็นหุ้นส่วนชีวิต การลงทุนใน “บริษัทชีวิตคู่จำกัด” มีผลตอบแทนอันหาค่ามิได้รอคอยอยู่ แต่หากหุ้นส่วนไม่สามารถบริหารนำพา “บริษัท” ไปได้ ก็จะนำความเสียหาย  ปวดร้าว มาสู่หุ้นส่วนอย่างที่สุดเช่นกัน

ฉบับนี้ดิฉันขอแบ่งปันประสบการณ์การทำงานกับสุภาพสตรีสามท่านที่ได้รับความปวดร้าวจากหุ้นส่วนชีวิต  จนดิฉันต้องยั้งมือที่จะลงเข็มบ่งเสี้ยนออก แต่รอคอยจนกว่าเธอสามารถรวบรวมเอาพลังชีวิตกลับมาสู่ตัวเธอเองได้  แล้วใช้พลังนั้นให้เกิดการเยียวยา และขับเคลื่อนชีวิตเธอไปข้างหน้าต่อไป

คนแรก ใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบ 20 ปี ไม่เคยมีอะไรให้เธอสงสัยคลางแคลงใจเลย แต่เมื่อมีข้อมูลชัดเจนว่าสามีของเธอไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ข้อมูลนี้ทำให้เธอหมดเรี่ยวแรง ซึมเศร้า ไม่สามารถดูแลครอบครัวและการงานได้ดังเดิม เธอต้องกินยารักษาภาวะซึมเศร้าตลอด 1 ปี  แม้สามีจะพยายามเข้ามาหาเพื่อดูแลเธอ แต่ก็ไม่เกิดคุณประโยชน์ใดๆ

เธอมาพบดิฉันในสภาพที่เห็นว่าตนเองไม่มีคุณค่า  คิดวกวน และความคิดเหล่านั้นก็ปักแน่น ดิฉันขอให้เธอมองหาสิ่งที่เธอต้องการในการมาขอรับบริการ เธอหาคำตอบได้ไม่ยากว่า อยากให้ครอบครัวกลับมาดี ดิฉันขอให้เธอช่วยคิดต่อว่า งานสำคัญที่ต้องทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่เธอต้องการคืออะไร เธอครุ่นคิดสักพักก็ได้คำตอบว่า เธอต้องจัดการกับจิตใจของเธอเอง  ดิฉันชื่นชม ในคำตอบของเธอและยินดีที่จะทำงานนี้ร่วมกับเธอ  จึงเริ่มกระบวนการสำรวจเพื่อเข้าไปภายในจิตใจเธอ กระบวนการนี้สำคัญ เพราะหากจะจัดการกับจิตใจ เราต้องเข้าไปจนพบว่ามีอะไรในจิตใจที่จะจัดการได้

การเข้าไปภายในจิตใจเธอ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ดิฉันทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทางที่สงบและสนับสนุนให้ก้าวเดิน เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่แผ่นหลัง ห้อมล้อมใจที่    เจ็บปวด เธอตัดพ้อตนเองที่หลงเชื่อเขา แต่เขาไว้ใจไม่ได้ ใจนั้นเจ็บเหลือเกิน เธอจึงผละหนี ดิฉันต้องคอยหนุนใจ  ให้เธอกลับมา เพื่อทำตามเจตนารมณ์ เธอยอมหันกลับมามองเข้าไปในใจเธอใหม่ เธอเห็นจุดดำลึกๆ แหลม เธอไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้อีก แล้วเธอจึงเห็นกำแพงที่เธอสร้างขึ้นปกป้องตนเอง จากคนผิดหวังที่ทำให้เจ็บปวด เธออยู่ที่นั่นอย่างโดดเดี่ยว มีหมอกขวางกั้น เธอสงสารตัวเองที่อยู่ในสภาพนี้ เธอต้องการความรัก แต่ ณ เวลานั้นเธอบอกว่าเธอไม่รู้วิธีรักตัวเอง เธอยินดีที่จะเรียนรู้ ดิฉันจึงต้องยุติการทำงานในชั่วโมงบำบัดด้วยการขอให้เธอมีการบ้าน ดูแลตัวเอง และลองไปเรียนรู้โดยการสอบถามคนอื่นว่าเขาทำ อะไรที่เป็นการแสดงว่า    รักตนเอง เธอกลับไปดูแลตนเอง  สอบถามเพื่อนร่วมงานหลายคนและพบว่า    คำตอบที่ได้ล้วนเป็นสิ่งที่  เธอปฏิบัติอยู่แล้วจนเป็นความเคยชิน ดิฉันสนับสนุนให้เธอปฏิบัติต่อตนเองเช่นนั้นต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่เธอคู่ควร และหวังว่าเมื่อเมฆหมอกจางลง เธอจะมองเห็นคุณค่าของตัวเธอมากขึ้น และเธอ  จะลุกออกจากที่มีกำแพงนั้นออกมาได้ ดิฉันยังให้เธอ     รับประทานยาต้านเศร้าต่อ

คนที่สอง เธอแต่งงานมานานกว่า 20 ปีแล้ว จนลูกโตแล้ว สามีไม่ค่อยรับผิดชอบต่อครอบครัว ดื่มเหล้ามาก เธอได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งสามีเธอจะเป็นคนดี เอาใจใส่ครอบครัว การรอคอยของเธอนานจนเธอมีปัญหาสุขภาพต้องเข้ารับการผ่าตัด การผ่าตัดเรียบร้อยแต่กลับมีภาวะ  เจ็บปวดแทรกซ้อนจากการที่สามีไปมีผู้หญิงอื่น ในภาวะ เช่นนี้เธอยิ่งปรารถนาการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลที่เธอ   เคยปรนนิบัติ ณ เวลานั้นเธอมองเห็นว่าเธอไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ จิตใจของเธอ ขัดแย้งกัน ใจหนึ่งก็อยากเลิกกับสามีที่ทำให้เธอต้องเจ็บช้ำซ้ำซาก แต่อีกใจลึกๆ ยังรอคอยอยากรู้ว่าเธอมีคุณค่าหรือไม่ โดยอยากให้สามีที่เคยได้รับการดูแลปรนนิบัติจากเธอสะท้อนและบอกเธอว่าเธอยังมีความหมาย สิ่งที่เธอเลือกทำงานกับดิฉัน คือเธออยากเอาความเกลียดชังออกจากจิตใจเธอ และเอาความคาดหวังที่จะให้สามีดีต่อเธอออกไป ในช่วงที่  เริ่มต้นทำงานเธอยังมีสภาพร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้าเจ็บปวด ดิฉันได้ให้ยาต้านเศร้าและรอทำงานกับเธอ ในโอกาสต่อไป ในเวลา 3 เดือน เธอก็เป็นอิสระจากความคาดหวังในตัวสามี กลับมาดูแลตัวเอง รับเป็นผู้รับผิดชอบต่อคุณค่าของตนเอง

คนที่สาม เธอเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง  เมื่อสามีไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ซ้ำยังอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน จึงทำให้ทั้งอับอาย โกรธแค้น น้อยใจสามีมาก เธอมาขอรับบริการเพื่อให้เธอหลับได้ และลืมเหตุการณ์ร้ายๆ และต้องการฟื้นฟูจิตใจเธอใหม่ ในครั้งแรกที่เธอมาเธอไม่พร้อมที่จะทำงานในเชิงลึกได้ ดิฉันจึงให้เธอรับประทานยา ซึ่งหลังจากนั้นเธอยังกลับไปพยายามคาดคั้น ให้สามีทำในสิ่งที่เธอต้องการโดยใช้พลังอารมณ์มาก จึงมีอาการหายใจหอบรุนแรงถูกนำส่งโรงพยาบาล เวลาผ่านไประยะหนึ่ง ทั้งลูกและสถานการณ์รอบตัว เมื่ออารมณ์สงบ  เธอก็ตัดสินใจแก้ปัญหาโดยการพูดคุยทำความตกลงระหว่างสามฝ่าย ลูกๆ ก็เข้ามาช่วยดูแลเธอ เธอก็กลับมามีความสุขกับการเป็นแม่ได้ แม้ดิฉันไม่รู้ว่าเสี้ยนชีวิตจะถูกดันลงไปอยู่ลึกหรือไม่ แต่เธอและครอบครัวก็ร่วมกันฝ่าฟันจัดการกับเรื่องราวเหล่านั้นไปได้

การสะดุดของชีวิตคู่ที่เกิดจากการนอกใจมีมากขึ้นเรื่อยๆ มักทิ้งเสี้ยนฝังลึกไว้ในชีวิตของผู้คน โดยไม่ได้รับการเยียวยารักษา ทำให้มีโอกาสบ่มหนองได้อีกในอนาคต แต่อย่างไรก็ตามดิฉันหวังว่าทุกชีวิตจะยังก้าวเดินต่อไป และช่วยกันและกันดูแลปกป้องชีวิตคู่ โดยนับชีวิตคู่ชั้นนั้นสิ่งที่มีค่าในลำดับต้นๆ ของชีวิต

การลงทุนในบริษัทชีวิตคู่จำกัด

(พญ.สมรัก ชูวานิชวงศ์)

0saves
If you enjoyed this post, please consider leaving a comment or subscribing to the RSS feed to have future articles delivered to your feed reader.
468 ad

Leave a Reply

Login