subscribe: Posts | Comments

สังคมผู้สูงอายุ (Aging society)

0 comments
สังคมผู้สูงอายุ (Aging  society)

ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ (Aging  society) ผู้สูงอายุมีอายุยืนขึ้น เฉลี่ยในผู้หญิง 74.5 ปี และผู้ชาย 69.9 ปี แม้ว่าผู้สูงอายุจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่คุณภาพชีวิตมิได้ดีขึ้นตามด้วย เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมลง ประกอบกับสังคม    ที่เปลี่ยนแปลงทำให้ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง สวนทางกับ  ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้สูงอายุ 1 คนต้องมีผู้ดูแลมากถึง 9 คนเลยทีเดียว คาดการณ์ว่าในปี .. 2568 ไทยจะก้าวกระโดดมีผู้สูงอายุมากถึง 14.4 ล้านคน และในปี    .. 2593 ผู้สูงอายุจะล้นเมือง มีจำนวนมากถึงร้อยละ 27 ของพลเมืองทั้งประเทศ

ความชราภาพเป็นกระบวนการของการเปลี่ยนแปลงอันยาวนานทางกายภาพ (physiology)  อารมณ์ (emotional) พุทธิปัญญา (cognition) ความสัมพันธ์ (interpersonal) และฐานะทางการเงิน (economic) จึงไม่แปลกที่ยิ่งชราภาพมากยิ่งพบ   ความแตกต่างมากตามไปด้วย (As we grow older,   we become unlike each other) ซึ่งมีหลายทฤษฎีที่อธิบายความชราภาพนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

 

ทฤษฎีทางชีวภาพ (Biological theory)

Genetic theory : ความชราภาพมีกรรมพันธุ์เป็นตัวควบคุมและกำหนด ถ่ายทอดหลายชั่วอายุคน แสดงออกทางกายภาพ เช่น ผมหงอก หัวล้าน เป็นต้น

Error catastrophe theory : ความเสื่อมของเนื้อเยื่อและการทำงานที่ผิดพลาดของเซลล์ที่ชรา ทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานลดลง

Collagen theory : การหดตัวของคอลลาเจนไฟเบอร์ทำให้เกิดริ้วรอย ความเหี่ยวย่นของผิวหนัง   และความผุกร่อนของกระดูก

Auto-Immune theory : ภูมิคุ้มกันที่ทำงานถดถอย ทำให้ร่างกายต้านทานต่อเชื้อโรคและสิ่ง   แปลกปลอมได้ไม่ดี จึงพบความเจ็บป่วย

Free Radical theory : อนุมูลอิสระ เป็นตัวการของความผิดปกติของยีน คอลลาเจนและอีลาสติน                    ซึ่งอนุมูลอิสระพบมากตามวัย

 

ทฤษฎีทางจิต (Psychological theory)

Personality theory : พัฒนาการทางจิตและสัมพันธภาพในอดีตส่งผลต่อความสุขในบั้นปลายชีวิต

Intelligence theory : ความปราดเปรื่องจากการสะสมประสบการณ์ชีวิตและการเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง

Erickson’s theory : ความมั่นคงและคุณค่าแห่งตนเป็นผลจากความสำเร็จของช่วงชีวิตที่ผ่านมา

 

ทฤษฎีทางสังคม (Social theory)

Role theory : ความสำเร็จในแต่ละช่วงวัยที่ผ่าน มานำมาซึ่งการยอมรับความชราเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ

Activity theory : กิจกรรมและการเคลื่อนไหวนำพาความสุขและคุณค่าแห่งตนแก่ผู้สูงอายุ

Disengagement theory : การถอนตัวหลีกหนีจากสังคมเพื่อลดความตึงเครียดหรือความกดดัน

Continuity theory : การปรับตัวและพฤติกรรมของผู้สูงอายุต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบข้าง เช่น                         การจากไปของคู่สมรส การลดน้อยลงของรายได้ โดย รูปแบบการปรับตัวแตกต่างกันตามบุคลิกภาพเดิม

Age stratification theory : อายุเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทางสังคม เช่น อายุเกณฑ์ทหาร อายุเกษียณ

 

การส่งเสริมพลังทางปัญญาผู้สูงอายุและการ เตรียมตัวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุ “แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข” คณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานผู้สูงอายุแห่งชาติ  สำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ  ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545-2564) โดยมียุทธศาสตร์ 5 ด้านในการก่อเกิดสังคมผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต ดังนี้

1. ด้านการเตรียมความพร้อมของประชาชนเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ

2. ด้านการส่งเสริมผู้สูงอายุ

3. ด้านระบบการคุ้มครองทางสังคมสำหรับ     ผู้สูงอายุ

4. ด้านการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านผู้สูงอายุระดับชาติและการพัฒนาบุคลากรด้านผู้สูงอายุ

5. ด้านการประมวลและพัฒนาองค์ความรู้      ผู้สูงอายุระดับชาติและการติดตามประเมินผลการดำเนินการตามแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ

 

การเตรียมตัวก่อนเกษียณ (Preretirement education) เป็นการจัดการศึกษาให้แก่ผู้สูงอายุก่อนวัย 60 ปี ในด้านสุขภาพ อาชีพหลังการเกษียณ การจัดการรายได้และทรัพย์สินต่างๆ ให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ในต่างประเทศได้มีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่มีอายุ 40-45 ปีขึ้นไปด้านการเกษียณอายุปีละ 3-4 ครั้ง ด้วยการอบรมสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการหรือการเรียนรู้ผ่านสื่อการสอนด้วยตนเอง

การจัดการศึกษาหลังเกษียณอายุ (Post-retirement education) รูปแบบที่พบในไทยคือ ชมรม  ผู้สูงอายุ โดยเน้นให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในสังคม (Social  participation) และพัฒนาคุณค่าแห่งตน (self actualization) ของผู้สูงอายุ ด้วยการปรับกายจิตและสังคมในการดำรงตนในสังคมอย่างมีความสุข เสริมสร้างทักษะทางสังคมในการสร้างความบันเทิงแก่ตนเอง การสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างและร่วมกิจกรรมสาธารณะ ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง

ปัจจุบันเราเผชิญกับปัญหาสุขภาพในสังคมผู้   สูงอายุไทย โรคที่คุกคามผู้สูงอายุมากที่สุด 3 อันดับ  ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และเบาหวาน ควบคู่กับปัญหาสุขภาพจิตที่พบโรคทางจิตเวชที่พบมากที่สุดใน  ผู้สูงอายุ คือ โรคซึมเศร้า (พบร้อยละ 3) และอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จในผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่น (แผนภูมิที่ 1) จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2550 (แผนภูมิที่ 2) พบว่า ผู้สูงอายุไทยมีความรู้สึกเบื่ออาหารหรือความอยากอาหารลดลงมากที่สุด ตามด้วยคิดมาก วิตกกังวลใจ และหงุดหงิดรำคาญใจ

          การเตรียมความพร้อมและความเชี่ยวชาญอย่างเฉพาะทางของหน่วยบริการด้านสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมกับการให้อำนาจท้องถิ่นในการเชื่อมโยงและสนับสนุนการดูแลสุขภาพและสังคมแก่ผู้สูงอายุ   จะช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการทางสุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุของคนในครอบครัวจะช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในสังคมผู้สูงอายุ

0saves
If you enjoyed this post, please consider leaving a comment or subscribing to the RSS feed to have future articles delivered to your feed reader.
468 ad

Leave a Reply

Login