นอเวย์ เป็นประเทศที่ดูแลผู้สูงวัย ดีที่สุดในโลก

นอเวย์ เป็นประเทศที่ดูแลผู้สูงวัย ดีที่สุดในโลก

นอเวย์ เป็นประเทศที่ดูแลผู้สูงวัย ดีที่สุดในโลก

            จากผลสำรวจในเรื่องคุณภาพชีวิตจองผู้คนจาก 96 ประเทศทั่วโลก ค้นพบว่า ประเทศที่มีความเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตอยู่ของผู้สูงวัย ได้แก่ นอเวย์ โดยผลสำรวจชิ้นนี้เป็นของ Help Age International ที่ถูกนำมาเผยแพร่เนื่องในโอกาส “วันผู้สูงอายุสากล”

สำหรับผลสำรวจชิ้นนี้ จะทำการตรวจสอบว่ามีที่ไหนบ้าง ที่มีความเมหาะสมที่สุดสำหรับผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้รายงายยังได้ระบุด้วยว่า อีก 30 ปีข้างหน้า หรือในปี 2593 ประชากรทั่วโลกในวัย 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มจำนวนกว่า 21% จากจำนวนประชาการทั้งหมด

“ผลสำรวจชิ้นนี้ วัดความน่าอยู่อาศัยจากดัชนี 4 ด้าน ได้แก่ ในเรื่องความมั่นคง เรื่องของรายได้ เรื่องสุขภาพและความสามารถส่วนตัว ส่วนลำดับสุดท้ายคือ ผู้สูงอายุจะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ทำอะไรก็ได้หรือไม่”

อีกไม่นาน จะมีประเทศที่มีจำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น

จากผลสำรวจ แสดงให้เห็นว่า โลก ในปี 2593 จะมีประเทศต่าง ๆ มากถึง 40 ประเทศ ที่มีประชากรผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้นในสัดส่วนถึงร้อยละสามสิบ จากจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ นอกจากนี้ทางสหประชาชาติยังระบุอีกว่า ใน 60 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงวัยจากทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมากถึง 1400 ล้านคน

ผลสำรวจดังกล่าว ได้ยกให้ “นอเวย์” เป็นประเทศที่มีความน่าอยู่สำหรับผู้สูงวัยมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยประเทศต่าง ๆ ได้แก่ สวีเดน, สวิสเซอร์แลนด์, แคนาดาและเยอรมัน นอกจากนี้แล้วยังมี ออสเตรเลีย ประเทศที่ตั้งในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ ส่วนอันดับรั้งท้ายได้แก่ อาฟกานิสถาน

เพราะเหตุใด ผู้สูงวัยจากทั่วโลกถึงมีอายุยืนยาวขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชากรทั่วโลกมีจำนวนผู้สูงวัยมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบต่าง ๆ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีอาหารการกินที่ดีและถูกต้องตามหลักโภชนาการ รวมถึงระบบสุขอนามัยที่ดีและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ สำหรับพื้นที่ที่ไม่มีระบบดูแลประกันสังคมจะเป็นปัญหามากว่านั้นต้องทำอย่างไร? รวมถึงในสังคมที่นิยยมใช้ระบบคนในครอบครัวดูแลผู้สูงวัยกันเองก็จะทำให้เกิดปัญหาด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น ถึงแม้ว่าคนทั่วไปจะมีอายุที่ยืนยาวยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่สำหรับสังคมจะทำอย่างไรต่อไป ให้เรื่องนี้มีผลไปในทางบวก

About the Author: thaifamilylink